โรคปากเท้าเปื่อย (Foot and Mouth Disease หรือ FMD) เป็นโรคระบาดในสัตว์กีบคู่ (เช่น สุกร โค กระบือ แพะ แกะ เป็นต้น) ที่ร้ายแรง ติดต่อได้ง่าย และแพร่กระจายในอากาศได้ระยะทางหลายกิโลเมตร โดยสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสสกุล Aphtovirus ในวงศ์ Picornaviridae โดยในปัจจุบัน serotype ที่เคยพบระบาดในประเทศไทย ได้แก่ serotype A, serotype O และ serotype Asia – 1 (Chaisrisongkram, 1993 อ้างโดย เทิดศักดิ์ ญาโน และคณะ 2556) เมื่อสุกรได้รับเชื้อ Foot and Mouth Disease Virus (FMDV) ภายใน 24 – 48 ชั่วโมง จะพบเม็ดตุ่มใสบริเวณลิ้นหรืออุ้งเท้า…
เต้านมอักเสบในแม่สุกร และการป้องกันและรักษา By ทีมวิชาการไอแทค ปัญหาที่พบในแม่สุกรและส่งผลต่อเนื่องไปที่ลูกสุกรปัญหาหนึ่งคือการเกิดเต้านมอักเสบ เพราะหลังจากรักษาแม่สุกรที่หายแล้วปัญหาที่ตามมาคือเต้านมของแม่สุกรจะแห้งไม่มีน้ำนมทำให้มีผลต่อการเลี้ยงลูกสุกร สาเหตุของการเกิด เต้านมอักเสบมีสาเหตุมาจากการที่แม่สุกรได้รับเชื้อแบคทีเรียที่ก่อปัญหาเข้าสู่ร่างกายโดยเป็นได้ทั้งเชื้อแบคทีเรียชนิดแกรมบวกและแกรมลบแม่สุกรได้รับเชื้อมาจากสิ่งแวดล้อมรอบๆเช่น พื้นคอก เชื้อสามารถเข้าไปในร่างกายไม่ว่าจะเป็นทางรูหัวนม หรือทางช่องคลอด เช่นการล้วงคลอด และยังมีแบคทีเรียที่อาศัยในส่วนต่างๆในร่างกายแม่สุกร มักจะพบปัญหาบ่อยในช่วงหน้าร้อน โดยมีโน้มนำมาจากภาวะความเครียด(stress )หรือการจัดการที่บกพร่อง ผลกระทบจากปัญหาเต้านมอักเสบ ลูกสุกรแรกคลอดขาดภูมิต้านทานโรค เนื่องจากไม่ได้รับภูมิคุ้มกันจากนมน้ำเหลืองในแม่สุกร ลูกสุกรแรกคลอดอ่อนแอเนื่องจากไม่ได้รับสารอาหารและพลังงานจากแม่ เปอร์เซ็นต์ตายก่อนหย่านมสูง เนื่องจากปัญหาลูกอ่อนแอ น้ำหนักหย่านมลูกสุกรต่ำ การป้องกันและรักษา อย่างที่ทราบกันว่าเมื่ออาหารหายแล้วเต้านมของแม่สุกรมักจะแห้ง ประสิทธิภาพการสร้างน้ำนมจะลดลงจากปกติ การรักษาจึงเป็นเพียงวิธีที่ทำให้ลดความรุนแรงของโรคเท่านั้น เราควรเน้นการป้องกันดีกว่าเพื่อที่จะให้ปัญหาเกิดน้อยที่สุด สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเต้านมอักเสบคือการติดเชื้อเข้าสู่ร่างกายดังนั้นควรจัดการป้องกันโดย 1.ควรทำให้แม่สุกรอยู่เย็นสบายไม่เครียดโดยเฉพาะแม่สุกรท้องแก่และแม่สุกรขึ้นมารอคลอด ควรมีการจัดการเรื่องความสะอาด ทำความสะอาดคอกด้วยวิธีที่ถูกต้อง เช่น ใช้ยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพ เสริมวิตามินในช่วงที่แม่สุกรขึ้นมารอคลอดเพื่อช่วยกระตุ้นการกินให้แม่สุกรเพื่อนำสารอาหารไปช่วยในการสร้างน้ำนม การรักษา วิธีการคือ การรักษาตามอาการที่เกิดขึ้นใมแม่สุกรมีแม่สุกรมีไข้รักษาโดยการฉีดยากลุ่มลดไข้ แม่สุกรไม่กินอาหาร ให้สารอาหารเช่น น้ำเกลือ วิตามินบีรวมเพื่อกระตุ้นการกินอาหาร แม่สุกรติดเชื้อ รักษาโดยใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อลดการติดเชื้อ สิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่างคือการเลือกใช้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพตรงกับเชื้อที่พบในการเกิดปัญหาหน้างาน เราสามารถดูได้จากการตอบสนองการรักษาของยาที่เราใช้อยู่ว่าอาการที่พบลดความรุนแรงลงหรือไม่ เต้านมอักเสบช่วงแม่สุกรรอคลอด จากภาพจะเห็นได้ชัดว่าเต้าท้ายๆจะบวมน้ำ และมีขนาดใหญ่กว่าปกติ หากลองจับดูจะพบว่าเต้านมแข็งและร้อนกว่าปกติ [vc_basic_grid post_type=”post” max_items=”12″…
ระบบการเลี้ยงสุกรแบบ ทูไซต์ (2–site) และ ทรีไซต์ (3–site) ระบบการเลี้ยง 2–site เป็นการเลี้ยงสุกรใน 2 พื้นที่ พื้นที่แรกคือห้องคลอด-หย่านม และนำไปเลี้ยงต่อพื้นที่สองคือ หน่วยขุน ระบบนี้จะใช้คอกขุนเลี้ยงอนุบาล จนถึงขุนขาย สรุปตลอดการเลี้ยงจะทำการเคลื่อนย้ายแค่ 1 ครั้ง ระบบการผลิตแบบ 2–site เหมาะกับสุกรรุ่นและสุกรขุนที่มีสุขภาพดี จึงต้องมีการจัดการดูแลที่พิเศษและเคร่งครัดจากห้องคลอดถึงหย่านม ลูกสุกรต้องได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่ผ่านนมน้ำเหลืองอย่างเพียงพอ และแม่สุกรต้องมาจากฝูงที่มีภูมิคุ้มกันสม่ำเสมอ และหลังจากหย่านมลงมาที่หน่วยขุนจะต้องมีเทคนิคและการจัดการที่เหมาะสมด้วย ระบบการเลี้ยง 3–site เป็นการเลี้ยงสุกรใน 3 พื้นที่ พื้นที่แรกคือ ห้องคลอด-หย่านม นำไปเลี้ยงต่อพื้นที่สองคือหน่วยอนุบาล แล้วย้ายไปเลี้ยงพื้นที่สามคือหน่วยขุนจนถึงขาย ระบบนี้จะมีการเคลื่อนย้าย 2 ครั้ง ระบบการเลี้ยงแบบ 3–site นี้เพิ่มหน่วยอนุบาลเพื่อให้มีการเลี้ยงและการจัดการที่เหมาะสมกับช่วงอายุของสุกร แต่อย่างไรก็ตามวิธีการจัดการดูแล นั้นก็ยังคงต้องทำอย่างเคร่งครัดในทุกหน่วย เพราะหากมีการเคลื่อนย้ายสุกรบ่อยครั้ง จะทำให้เกิดความเครียดจากการเคลื่อนย้าย การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่อยู่ใหม่ กินอาหารที่เปลี่ยนสูตร ปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อสุกร และอาจจะทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพต่อไป [vc_basic_grid post_type=”post” max_items=”12″ style=”pagination” items_per_page=”4″ element_width=”3″…
หลายคนอาจเคยสงสัย สำหรับการตรวจการตั้งท้องในสุกรสามารถทำอย่างไรได้บ้าง?? วันนี้เรามีคำตอบมาให้ค่ะ! การสังเกตการกลับสัด (Return Estrous): วิธีนี้เป็นวิธีที่ มักใช้กันทั่วไปในฟาร์ม โดยปกติการตัดสินว่าสุกรตั้งท้องหรือไม่ จะทราบภายหลังการผสมแม่สุกรไปแล้ว หากพบว่าแม่สุกรไม่กลับมาเป็นสัดอย่างน้อย 42 วัน หรือ 2 รอบของวงรอบการเป็นสัด เราจึงจะตัดสินใจว่าแม่สุกรตั้งท้องแล้ว การตรวจฮอร์โมน (Hormone assay): สามารถทำการตรวจได้ดังนี้ 📌 การตรวจฮอร์โมน Estrone sulfate: สามารถตรวจสอบได้ในซีรั่ม 25-30 วันหลังผสม และต้องมีปริมาณฮอร์โมน > 2 ng/ml วิธีนี้มีความแม่นยำประมาณ 70% 📌 การตรวจฮอร์โมน Progesterone: สามารถตรวจสอบได้ในซีรั่ม 17 วันหลังผสม และต้องมีปริมาณฮอร์โมนมากกว่า 5 ng/ml วิธีนี้มีความแม่นยำประมาณ 90% 📌 การตรวจฮอร์โมน Prostaglandin: สามารถตรวจสอบได้ในซีรั่ม 13-15 วันหลังผสม และต้องมีปริมาณฮอร์โมนน้อยกว่า 200 pg/ml ซึ่งวิธีนี้มีความแม่นยำประมาณ…
ประโยชน์ของระบบการผลิตสุกรแบบ เข้าหมด-ออกหมด (All–in All–out; AIAO) ระบบการผลิตสุกรที่สำคัญต่อการจัดการฟาร์มสุกร และ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง มักจะนำระบบเข้าหมด-ออกหมด (All-in All-out; AIAO) มาใช้ในการผลิต ทั้งโรงเรือนเปิด และ โรงเรือนปิด โดยแบ่งการเลี้ยงสุกรออกเป็นระยะ ได้แก่ ระยะเข้าคลอด ระยะหย่านม ระยะผสม ระยะหลังหย่านม และ ระยะขุน ระบบนี้ต้องแบ่งแม่พันธุ์ในฝูงออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน แม่พันธุ์จะถูกเคลื่อนย้ายจากบริเวณหนึ่งไปยังอีกบริเวณหนึ่งหากระยะการเลี้ยงเปลี่ยนไป การย้ายต้องทําเป็นกลุ่มและมีช่วงเวลาที่แน่นอน บริเวณที่อยู่ของแต่ละระยะต้องเหมาะสมกับสรีระของสุกร ในการย้ายครั้งหนึ่งจะทําให้โรงเรือนบริเวณนั้นเต็ม และว่างลงในครั้งเดียว ระบบ AIAO เป็นระบบที่ใช้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการสุกรทั่วไป มาออกแบบระบบให้สะดวกและง่ายต่อการปฏิบัติงานภายในฟาร์ม ทำให้การดูแลจัดการสุกรง่ายขึ้นไม่ยุ่งยาก ซึ่งก็จะมีความหลากหลายของวิธีการทํางาน และการให้ผลตอบแทนที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับระดับความสามารถด้านการปฏิบัติของแต่ละฟาร์ม ซึ่งความเข้าใจในระบบและการนําไปใช้จริงจะทำให้ฟาร์มเกิดผลตอบแทน/กำไรที่มากขึ้น จึงกลายมาเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ผู้เลี้ยงสุกรเลือกใช้ ประโยชน์ของระบบ AIAO สามารถแยกการทำงานตามส่วนการผลิตได้ดังต่อไปนี้ 1.โรงเรือนคลอด 1.1.มีการจัดแม่พันธุ์เป็นกลุ่ม การหย่านมก็ทําเป็นกลุ่มง่ายต่อการตรวจสัดและกระตุ้นสัด แม่พันธุ์ถูกผสมและเข้าคลอดพร้อมกันเป็นชุด 1.2.เมื่อถึงเวลาคลอดแม่สุกรในกลุ่มเดียวกัน จะคลอดในเวลาไล่เลี่ยกันทําให้ย้ายฝากหรือฝากเลี้ยงลูกสุกรได้ง่าย 1.3.ระยะเวลาเลี้ยงลูกของแม่พันธุ์ไม่สั้นหรือยาวเกินไป นอกจากไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของลูกสุกรแล้ว…
รอบรั้ว รอบโลก กับ วัคซีน ASF อย่างที่เราทราบกันดี ว่าโรค African swine fever ที่พบในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงหลายประเทศในแถบภูมิภาคเอเชีย ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างต่อการเลี้ยงสุกรในหลายประเทศ อีกทั้งยังเป็นโรคที่ยังไม่มีวัคซีนที่ได้ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้อย่างสมบูรณ์ แต่พวกเราทราบหรือไม่ว่าสัตวแพทย์ นักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกไม่ได้นิ่งนอนต่อปัญหาโรคดังกล่าวแต่อย่างใดและยังได้มีการค้นคว้าและวิจัยเพื่อจะพัฒนาวัคซีนต่อโรค African swine fever อย่างต่อเนื่อง ในวันนี้ผู้เขียนจะขอนำข้อมูลการพัฒนาวัคซีน African swine fever ของประเทศสเปนซึ่งเป็นประเทศที่มีการวิจัยและพัฒนาวัคซีน African swine fever ระดับแนวหน้าในทวีปยุโรป โดยผลการทดสอบประสิทธิภาพวัคซีนดังกล่าวยังมิได้มีการทดลองในหมูบ้านที่เลี้ยงเป็นอุตสาหกรรมแต่อย่างใด แต่ได้มีการทำการทดลองวัคซีนในหมูป่าแล้ว และสามารถให้ความคุ้มกันโรคได้มากถึง 92% เลยทีเดียว โดยวัคซีนดังกล่าวเป็นวัคซีนชนิดกิน เริ่มจากให้หมูป่าอายุ 3-4 เดือนกินวัคซีนดังกล่าว และหลังจากให้วัคซีนพบว่าหมูป่ามีภูมิคุ้มกันขึ้นหลังกินวัคซีนประมาณ 2 สัปดาห์ และหลังจากกินวัคซีนประมาณ 1 เดือนจะมีการทำให้หมูป่าได้รับเชื้อ African swine fever virus ชนิด genotype 2 หรือชนิดที่ก่อโรครุนแรง ซึ่งพบว่าหมูป่าในกลุ่มทดลอง 11/12 ตัว ไม่ตาย…