#เชื้อราในสัตว์ปีก สารพิษจากเชื้อรา สิ่งที่มองไม่เห็นแต่มีอยู่จริง!!! จากตอนที่แล้ว เราได้ทราบถึงความหมายและผลกระทบของสารพิษจากเชื้อราที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อการส่งออก รวมถึงผลกระทบที่มีต่อสุขภาพของสุกร และทางองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations หรือ FAO) ได้รายงานไว้ว่ามากกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ ของผลผลิตทางการเกษตรทั่วโลกมีการปนเปื้อนของสารพิษจากเชื้อรา ดังนั้น การปนเปื้อนของสารพิษจากเชื้อรายังคงเป็นปัญหาที่ทั่วโลกให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะทางด้านปศุสัตว์ของไทย มีงานวิจัยจำนวนมากที่ทำการศึกษาเพื่อเฝ้าระวังการปนเปื้อนของสารพิษจากเชื้อรา ดังนั้นขอยกผลกระทบของสารพิษจากเชื้อราที่มีต่อสัตว์ปีก ให้ผู้อ่านได้เข้าใจโดยสังเขป ดังนี้   ผลกระทบของสารพิษจากเชื้อราในสัตว์ปีก ตับ : Aflatoxins, Ochratoxin A, Fumonisins – เกิดมะเร็งที่ตับ ตับ ม้ามและต่อมเบอร์ซ่าโต เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อสัมผัสและสีของตับและกึ๋น 2. ไต : Ochratoxin A, Aflatoxins, Fumonisins – ไตทำงานผิดปกติ ไตมีลักษณะบวมน้ำ อักเสบ เกิดเนื้อตาย ซีด  ระบบสืบพันธุ์…

ติดปีกให้ฟาร์มปศุสัตว์ #ยา/สารฆ่าเชื้อ และอุปกรณ์ ของมันต้องมี ในสภาวะการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคในฟาร์ม สิ่งที่ฟาร์มต้องเตรียมพร้อมไว้คือ ยา/สารฆ่าเชื้อ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้สำหรับภาวะฉุกเฉินหากบังเอิญโรคเข้ามา เปรียบเสมือนเตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์ไว้ทำสงครามต่อต้านกับผู้รุกรานในที่นี้คือ ASF นั่นเอง สำหรับยา/สารฆ่าเชื้อ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ ต้องเป็นยา/สารฆ่าเชื้อที่ได้รับการรับรองว่าฆ่าเชื้อ ASF ได้ ด้วยวิธีการตามมาตรฐานของ OIE เช่น กลุ่ม Potassium  Peroxy monosulphate (Oxipro®) เป็นต้น จากนั้นต้องมีการจัดทำคู่มือ SOP ระบุจุดการใช้ ปริมาณ ความเข้มข้นให้ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังต้องทราบปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพของการฆ่าเชื้อได้แก่ – ปริมาณของเชื้อโรค                         -สภาพพื้นผิวที่จะฆ่าเชื้อ – ระยะเวลาในการฆ่าเชื้อ                    -ความเข้มข้นของยา/สารฆ่าเชื้อ – ชนิดของเชื้อโรค                               -สภาพความเป็นกรด-ด่างของยา/สารฆ่าเชื้อ –…

จัดการ ILT อย่างไรให้ได้ไก่ที่มีคุณภาพดี สถานการณ์ของโรค ณ ปัจจุบันยังพบการระบาดอยู่โดยเฉพาะในไก่ไข่ และอาจพบบ้างในไก่เนื้อพันธุ์สามสาย และพบว่าสามารถเกิดโรคในไก่อายุน้อยลง ตั้งแต่อายุ 5 สัปดาห์ และพบอีกว่าการกำจัดโรคออกจากฝูงใช้ระยะเวลามากขึ้น โดยปัญหาดังกล่าวนี้มีปัจจัยโน้มนำมาจากการเลี้ยงไก่หลายอายุปนกันในโรงเรือน การเลี้ยงไก่หนาแน่น และการระบายอากาศที่ไม่ดี ซึ่งจะส่งผลให้ไก่เกิดภาวะกดภูมิคุ้มกัน โดยการเกิดโรคมีระยะเวลาการฟักตัวที่แตกต่างกันออกไป ในไก่เล็กสามารถพบความเสียหายได้มากกว่าไก่ใหญ่และยังกระทบต่อการเจริญเติบโตอีกด้วย ในการแก้ไขปัญหาหากเกิดโรคแล้วควรคัดทิ้งไก่ป่วยออกจากฝูงเพื่อป้องกันการติดเชื้อแฝง ในส่วนการให้วัคซีน การพิจารณาเลื่อนโปรแกรมวัคซีนนั้นไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายในฟาร์มได้ แต่ควรเน้นเรื่องการป้องกันและกำจัดสาเหตุโน้มนำของโรคดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

SOP (Standard Operation Procedure) คือระเบียบการปฎิบัติการที่ได้มาตรฐาน เพื่อมาปรับใช้ในการทำงานในฟาร์มให้ได้เป็นมาตรฐาน ซึ่งก่อนการระบาดของโรค ASF มีเรื่องที่ต้องพิจารณาในการทำ SOP ให้ได้ประสิทธิภาพ 4 เรื่องคือ การจัดทำระบบป้องกันโรค (Biosecurity) ต้องเป็นระบบที่เข้มข้น มีประสิทธิภาพจริง และตรวจสอบได้ การปรับปรุงโครงสร้างฟาร์ม (Renovate) เพื่อให้สัมพันธ์กับการทำระบบ Biosecurity การจัดทำระเบียบปฎิบัติงาน (Standard Operation Procedure ; SOP) และขั้นตอนการปฎิบัติงาน (Work instruction ; WI) ให้สอดคล้องกับระบบ Biosecurity พร้อมทั้งสื่อสารให้ผู้ปฎิบัติงานในฟาร์มทุกคนรับทราบถึงการปฎิบัติงานและเข้าใจขั้นตอนต่างๆเหมือนกันทุกคน ทุกระดับ การเฝ้าระวังโรคโดยการเก็บตัวอย่างส่งตรวจ เพื่อให้ “รู้เร็ว รู้ก่อน จัดการไว” ทำให้เราจัดการได้อย่างทันท่วงทีเมื่อโรคเกิดขึ้น Biosecurity ที่ต้องคำนึงถึง ได้แก่ คน, รถ, อาหาร, น้ำ, สุกร, ของเสีย, สัตว์พาหะ, ยาและเวชภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงน้ำเชื้อของสุกร…

Page 9 of 9 1 7 8 9

For customer 02-937-4888

Vet Products Group Logo