สารพิษจากเชื้อรา ภัยร้ายที่เรามักมองข้าม! EP.01 สารพิษจากเชื้อราคืออะไร? ปัจจัยที่ทำให้แสดงอาการรุนแรงในไก่ 🐔เกิดจากอะไรได้บ้าง? สารพิษจากเชื้อรา (Mycotoxin) เกิดจากการแมทาบอลิซึมของเชื้อรา ซึ่งมีมากกว่า 300 สายพันธุ์ที่สามารถสร้างสารพิษได้ ที่สำคัญจะอยู่ในตระกูล Aspergillus, Fusarium และ Penicillium เป็นต้น สัตว์ที่ได้รับสารพิษจากเชื้อราส่งผลต่อการกดภูมิคุ้มกัน กระทบต่อการกระตุ้นภูมิคุ้มกันจากการทำวัคซีน และทำให้ติดเชื้อแทรกซ้อนจากโรคอื่นๆ ได้ง่ายอีกด้วย การแสดงอาการของโรคอาจเกิดได้ทั้งแบบเฉียบพลัน เรื้อรัง หรือไม่แสดงอาการ ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ดังนี้ 🐓พันธุ์ไก่ ไก่พันธุ์หนัก จะแสดงอาการเป็นพิษรุนแรงกว่าไก่พันธุ์เบา สอดคล้องกับปริมาณอาหารที่กิน ดังนั้นไก่เนื้อซึ่งเป็นไก่พันธุ์หนัก จะแสดงอาการให้เห็นมากกว่าไก่พันธุ์เบา เช่น ไก่ไข่ เป็นต้น 🐓 อายุ ไก่อายุน้อยจะแสดงอาการได้ชัดเจนกว่าไก่อายุมาก 🐓 เพศ ไก่เพศผู้อาการจะรุนแรงกว่าไก่เพศเมีย เนื่องจากปัจจัยด้านการกินอาหาร 🐓 การสะสมสารพิษ ไก่ที่กินอาหารที่มีสารพิษปนเปื้อนและกินต่อเนื่อง จะมีการสะสมสารพิษมากขึ้นภายในร่างกายสัตว์ ผลกระทบที่เกิดก็จะมากขึ้น 🐓ชนิด ปริมาณ และจำนวนสารพิษที่ปนเปื้อนในอาหาร ในบางกรณีสามารถเกิดการเสริมฤทธิ์ทำให้แสดงอาการได้มากขึ้น 🐓การจัดการที่ไม่ดี จะส่งผลให้เกิดความเครียดและแสดงอาการเป็นพิษรุนแรงกว่าฝูงอื่นๆ ที่ได้รับสารพิษปริมาณใกล้เคียงกัน…
จัดการอย่างไรไม่ให้มีปัญหาโรคนิวคาสเซิล ในไก่มากวนใจ การจัดการที่สำคัญยังเป็นเรื่องระบบการป้องกันโรคและการให้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพ โดยบ่อยครั้งที่พบว่าผู้ประกอบการฟาร์มหรือเกษตรกรทราบและเข้าใจแต่ละเลยการปฏิบัติ โดยจุดเสี่ยงที่สำคัญที่มักเป็นปัจจัยในการเกิดโรค ได้แก่ การควบคุมการเข้า-ออกฟาร์มของคนและรถไม่ดีพอ การขนส่งต่างๆ เช่น การเคลื่อนย้ายไก่ การขนส่งไข่ การขนส่งอาหาร รวมไปถึงภาวะความเครียดจากสิ่งต่างๆที่ส่งผลให้กดภูมิคุ้มกัน เช่น เลี้ยงไก่หนาแน่น การระบายอากาศไม่เพียงพอ ปัจจัยเหล่านี้มักส่งผลให้เกิดโรคตามมาได้ ในเรื่องการให้วัคซีน มีประเด็นที่ถกเถียงกันเรื่องวิธีการให้ ทั้งการสเปรย์ ละลายน้ำ และหยอดตา โดยพบว่าแท้จริงแล้ววิธีการให้ไม่สำคัญเท่ากับประสิทธิภาพของการให้ ซึ่งผู้ที่รับผิดชอบควรมีการตรวจสอบหน้างานอย่างสม่ำเสมอ ทั้งเรื่องของระยะเวลาการให้และการตรวจสอบสีที่ปาก เพราะหากรอตรวจสอบระดับภูมิคุ้มกันหลังการให้วัคซีนจะช้าเกินควร อีกกระบวนการหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญคือกรณีการรับไก่สาวเข้ามาเลี้ยงควรมีกระบวนการตรวจรับและตรวจสอบคุณภาพ โดยชั่งน้ำหนัก ตรวจเช็ค Uniformity ของฝูง เก็บตัวอย่างเลือดตรวจภูมิคุ้มกัน และเก็บตัวอย่าง Swab ตรวจหาเชื้อไวรัส เพื่อทราบถึงสถานะของฝูงและตั้งรับจัดการในช่วงให้ผลผลิตต่อไป
น้ำและอาหาร จัดการอย่างไรดี ไม่ให้เป็นความเสี่ยงต่อ ASF!!! ปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งที่สำคัญสามารถนำโรค ASF หรือโรคอื่น ๆ เข้าสู่ฟาร์มได้คือ อาหารและน้ำ เนื่องจากต้องอาศัยแหล่งภายนอกนำเข้ามาใช้ในฟาร์ม หากปนเปื้อนเชื้อ เมื่อได้รับโดยตรงด้วยการกินก็สามารถทำให้สัตว์แสดงอาการ และตรวจพบผล (+) ทางห้องปฏิบัติการได้ ยกตัวอย่างเช่น น้ำ หากมีเชื้อ ASF ปนเปื้อนเข้ามาแม้เพียง 1 ตัว ดังนั้นเราจะจัดการอย่างไรเพื่อไม่ให้มีโอกาสนำเชื้อเข้ามา หรือลดความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด มาลองดูกัน อาหาร ต้องทำการตรวจสอบตั้งแต่ 1. วัตถุดิบ/อาหารสำเร็จ หากฟาร์มทำการผสมเอง การตรวจสอบควรดูตั้งแต่ แหล่งวัตถุดิบ การจัดเก็บ และผลการตรวจสอบการปนเปื้อเชื้อที่เป็นผล (-) ก่อนการรับเข้า หลังจากวัตถุดิบมาถึงให้ทำการสุ่มตรวจอีกครั้ง ผลเป็น (-) จึงจะมั่นใจ รับและนำเข้าจัดเก็บ 2. การจัดเก็บภายหลังจากการรับเข้าทำการอบฆ่าเชื้อด้วยวิธีการรมควัน (Fumigation) ทิ้งไว้ 3 วันหรือตามข้อบ่งใช้ของสารที่ใช้ หลังจากนั้นจึงนำไปทำการผลิตได้ 3. กระบวนการผลิตอาหาร สามารถฆ่าเชื้อได้หากมีการหลุดรอดมาจากตรวจสอบเบื้องต้น โดยใช้สารเสริมฆ่าเชื้อ เช่น SALTEC…
คน!!! หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่จะนำเชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่ฟาร์ม ไม่ยากแต่ขอให้ทำจริง จัดการอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ไปดูกันเลย….. นอกจากรถแล้ว คนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เสี่ยงต่อการนำเชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่ฟาร์ม และมักเป็นปัจจัยที่ถูกมองข้ามเสมอ เพราะคิดว่าไม่เสี่ยง เช่น ช่าง/คนงานก่อสร้าง พนักงานภายในฟาร์มออกไปข้างนอกชั่วคราว เป็นต้น หากเราไม่เข้มงวดในการจัดการก็จะเป็นความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทันที และเมื่อจะกลับมาเข้มงวดภายหลังก็ไม่ทันซะแล้ว คนที่เกี่ยวข้องก็จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ คนภายใน/พนักงานฟาร์ม และคนภายนอก(ผู้เข้าเยี่ยมฟาร์ม) การจัดการก็จะแตกต่างกันไป สำหรับคนภายนอก ในช่วงที่สถานการณ์ยังปกติ พื้นที่ใกล้เคียงยังไม่มีโรคเกิดขึ้น ยังสามารถเข้าฟาร์มได้โดยต้องแจ้งก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ภายใน3วันก่อนเข้าฟาร์มต้องไม่มีประวัติไปจุดเสี่ยง ต้องกรอกข้อมูล และก่อนเข้าฟาร์มต้องกักอยู่ภายในเขตฟาร์มอย่างน้อย 24 ชม. ทำการฆ่าเชื้อ/อาบน้ำ แล้ว swab เพื่อตรวจสอบเชื้อโรค หากพบว่าให้ผล(-) ก็สามารถเข้าฟาร์มได้ ส่วนคนภายในฟาร์มที่ออกไปภายนอกชั่วคราวกลับเข้ามาก็ต้องพัก 24 ชม. แล้วทำการฆ่าเชื้อ/อาบน้ำ แล้ว swab ตรวจแล้วรอผลเช่นกัน แต่ในสถานการณ์ที่เป็นโรค หรือในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นโรค จะไม่อนุญาตให้คนภายนอกเข้าฟาร์มเด็ดขาด ส่วนคนภายในหรือพนักงานฟาร์มห้ามเข้า-ออกฟาร์มเช่นเดียวกัน สำหรับมาตรการก่อนเข้าฟาร์ม (โซนเลี้ยงสัตว์) ไม่ว่าจะเป็นพนักงานฟาร์ม หรือคนภายนอกที่ได้รับการอนุญาตให้เข้าฟาร์มจำเป็นต้องมีการฆ่าเชื้ออีกครั้งแนะนำให้เป็นสเปร์หมอกเนื่องจากอนุภาคยาฆ่าเชื้อจะเล็กและกระจายทั่วตัว หลังจากนั้นอาบน้ำและเปลี่ยนชุด-รองเท้าสำหรับทำงานภายในฟาร์ม…
ไก่ขาเจ็บ เดินกะเผลก รบกวนใจในฟาร์มไก่ สาเหตุมาทั้งจากการจัดการหรือมาจากโรคติดเชื้อ แนวทางในการป้องกันและการรักษาควรทำอย่างไร เพื่อลดปัญหาในฟาร์มและเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงที่ดี ไก่ขาเจ็บป้องกันอย่างไร ประเด็นไก่ขาเจ็บในไก่เนื้อแยกออกเป็นปัญหาจากการจัดการ เช่น ปัญหาสิ่งปูรองนอน พื้นเปียกชื้น เป็นปัจจัยโน้มนำทำให้ไก่ขาเจ็บ อีกปัญหาหนึ่งคือเกิดจากการติดเชื้อ ทั้งจากโรคไวรัส,แบคทีเรียหรือมัยโคพลาสม่า ส่วนในไก่ไข่มักเกิดมาจากการติดเชื้อเป็นส่วนใหญ่ ส่วนการจัดการมักไม่เป็นปัจจัยปัญหาเนื่องจากปัจจัยในเรื่องของน้ำหนักตัวที่น้อยกว่า MS (Mycoplasma Synoviae) เป็นเชื้อมัยโคพลาสม่าที่มีขนาดเล็กกว่าแบคทีเรีย การติดเชื้อส่งผลให้เกิดอาการขาเจ็บในไก่ การป้องกันเชื้อนี้สามารถใช้วัคซีนเชื้อเป็นในการป้องกันปัญหาโดยนิยมทำวัคซีนในไก่ไข่ อีกปัจจัยหนึ่งคือระบบป้องกันโรค (Biosecurity) เป็นเครื่องมือหนึ่งในการป้องกันเชื้อเข้าสู่ตัวไก่ เราสามารถวิเคราะห์ปัญหาว่าเกิดจาก MS โดยดูจากระยะเวลาในการเกิดโรคโดยเป็นลักษณะที่เกิดอาการแบบไม่เฉียบพลัน รวมทั้งส่งตัวอย่างตรวจทางห้องปฏิบัติการ ในกรณีฟาร์มพบปัญหา MS ภายในฟาร์ม ถ้าในไก่ไข่มักพบปัญหาในช่วงไก่รุ่นซึ่งเป็นช่วงที่ยังไม่ให้ผลผลิตจึงสามารถใช้ยาในการรักษาการติดเชื้อได้ การเลือกใช้ยาควรเลือกใช้ยาที่มีความไวยาต่อเชื้อ เช่น tylosin tilmicosin โดยให้ยาต่อเนื่องอย่างน้อย 5 วันเพื่อประสิทธิภาพในการรักษา ส่วนไก่ที่มีอาการรุนแรงให้ทำการคัดทิ้งออกจากฝูง
รถ แหล่งของเชื้อโรคภายนอกฟาร์ม ป้องกันเชื้อเข้าฟาร์ม VPG Car Center ล้างรถยังงัยให้ปลอดเชื้อ!!! รถจับหมู รถขายหมู และรถภายนอกฟาร์ม เป็นช่องทางสำคัญของการนำเชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่ฟาร์มเรา ทำให้ต้องมีการจัดทำเป็น SOP การล้างรถ เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อที่อาจติดมากับรถให้หมดก่อนเข้าภายในฟาร์ม สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมีดังนี้ – สถานที่ล้างรถ มีทางเข้า-ออกแยกกัน ไม่ทำทางรถทับซ้อนให้รถที่ผ่านการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อแล้ววิ่งย้อนทับทางเดิมอีก และทำระบบระบายน้ำเสียเพื่อไม่ให้มีการไหลย้อนกลับเข้าไปบริเวณล้างรถหรือภายในฟาร์ม – กระบวนการล้างรถ เริ่มจากการฉีดล้างทำความสะอาดให้ทั่ว-ฉีดพ่นสารชะล้างให้ทั่วรถ ทิ้งไว้-ล้างด้วยน้ำให้สะอาดทั้งรถ และบริเวณพื้น-ทิ้งไว้ให้แห้ง-ตรวจสอบความสะอาดถ้าไม่ผ่านให้ทำการล้างอีกรอบ-หลังจากผ่านแล้วให้เข้าสู่ขั้นตอนการฆ่าเชื้อให้ทั่วภายนอกรถ ด้วยยาฆ่าเชื้อที่สามารถฆ่าเชื้อได้ ส่วนภายในรถส่วนของคนขับใช้เครื่อง ozone-ทิ้งไว้ให้แห้งและให้ยาฆ่าเชื้อได้ออกฤทธิ์ทำลายเชื้อโรคอย่างมีประสิทธิภาพ-ทำการตรวจสอบด้วยการ swab ยืนยัน และออกใบรับรองผล – คนขับรถ และคนรถ ก็ต้องมีกระบวนการในการฆ่าเชื้อ และการ swab ยืนยันผลเช่นเดียวกับรถ เพราะเป็นความเสี่ยงเช่นเดียวกัน – หลังเสร็จสิ้นการล้างรถประจำวัน ให้ทำการล้างฆ่าเชื้อ บริเวณล้างรถ และจัดทำโปรแกรมสุ่ม swab ทดสอบเชื้ออยู่เสมอ – รถที่ผ่านการล้างรถจากภายนอกฟาร์ม เมื่อมาถึงหน้าฟาร์มก็ต้องทำการฆ่าเชื้ออีกรอบ การล้างรถเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่กับเชื้อโรคแล้วไม่ง่าย!!! ต้องมีรายละเอียดและขั้นตอนที่ตรวจสอบได้ และมั่นใจว่ารถที่ผ่านการล้างรถและฆ่าเชื้อแล้ว ไม่นำเชื้อโรคเข้ามาสู่ฟาร์ม…