หลักการคัดพันธุ์สุกรเพื่อทดแทนภายในฟาร์ม By ทีมวิชาการไอแทค การเลือกสุกรทดแทนในฝูงแม่พันธุ์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญอย่างมากต่อการกำหนดประสิทธิภาพของฟาร์มในอนาคต แต่กลับพบว่าฟาร์มส่วนใหญ่ ละเลยหรือให้ความสำคัญกับจุดนี้ค่อนข้างน้อย อาจเพราะขาดความรู้เกี่ยวกับหลักการคัดเลือกที่ถูกต้องและเหมาะสม หรืออาจเกิดจากไม่ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน จึงไม่ได้มีการปฏิบัติอย่างถูกต้อง บทความนี้จึงขอสรุปหลักเกณฑ์สำคัญในการคัดพันธุ์สุกร เพื่อเป็นแนวทางให้ฟาร์มสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในฟาร์มของตนเอง ประโยชน์ของการคัดพันธุ์ที่ดี ฟาร์มได้แม่พันธุ์ทดแทน ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์แท้ สองสาย แม่ระดับ GGP หรือ GP ที่มีลักษณะที่ดี ตรงตามคุณลักษณะของการเป็นแม่พันธุ์ ฟาร์มมีประสิทธิภาพการผลิตที่ดีจากแม่พันธุ์ที่ดี ให้ลูกดก อายุการใช้งานยาวนาน และไม่พบปัญหาสูญเสียจากพันธุกรรม เช่น ลูกพิการ ไส้เลื่อน รวมถึงถ่ายทอดประสิทธิภาพที่ดีไปยังหมูขุน โตเร็ว อัตราแลกเนื้อต่ำ ฟาร์มมีต้นทุนที่ต่ำลง จากความคุ้มค่าของการใช้แม่พันธุ์ได้เต็มประสิทธิภาพ ลดความสูญเสียสิ้นเปลืองจากการคัดทิ้งแม่มีปัญหา แม่ให้ผลผลิตต่ำ หรือหมูสาวตกค้างใช้งานไม่ได้ ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนแฝงที่สำคัญของฟาร์ม หลักการคัดพันธุ์สุกร เพื่อให้การคัดเลือกสุกรมีประสิทธิภาพสูงสุด และลดภาระการเลี้ยงสุกรพันธุ์ของฟาร์ม เนื่องจากการเลี้ยงสุกรพันธุ์มีความแตกต่างจากสุกรขุน เพราะต้องการดูแลเอาใจใส่และการจัดการที่พิเศษกว่า เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นแม่พันธุ์ ทั้งในส่วนของการทำวัคซีน พื้นที่การเลี้ยง ฟาร์มจึงควรมีการคัดพันธุ์ 2 ครั้ง สุกรตัวที่ไม่ผ่านการคัดเลือก แยกออกเลี้ยงเป็นสุกรขุนได้เลย การคัดพันธุ์ที่อายุ 10 สัปดาห์ :…
ปัญหาคุณภาพเปลือกไข่จากปัจจัยเสี่ยงของโรค By ทีมวิชาการไอแทค ปัจจุบันสภาพอากาศที่แปรปรวน สถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์ ล้วนเป็นปัจจัยโน้มนำที่ทำให้อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์มีความเสี่ยงต่อภาวะโรคระบาดต่างๆมากขึ้น ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ไข่ การเกิดโรคระบาดขึ้นในฟาร์มนอกจากจะส่งผลต่อปริมาณผลผลิตและต้นทุนการเลี้ยง ยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพเปลือกไข่ทำให้รายได้ผลกำไรที่ของเกษตรกรผู้เลี้ยงได้รับน้อยลงไปจากที่ควรจะเป็น ปัญหาคุณภาพไข่ที่สามารถพบได้ในฟาร์ม ไม่ว่าจะเป็นไข่เปลือกซีด ไข่เปลือกขาว ไข่ผิดรูป ไข่แตกร้าวเสียหาย ปัจจัยที่ทำให้พบลักษณะเหล่านี้มากขึ้น คือ โรคต่างๆในไก่ไข่ เช่น โรคนิวคาสเซิล โรค AI (H9N1) และโรคหลอดลมอักเสบติดต่อ ซึ่งหากไม่มีแนวทางในการป้องกันโรคดังกล่าว เกษตรกรผู้เลี้ยงก็ยังคงพบปัญหาเหล่านี้ได้ และพบว่าปัญหาคุณภาพเปลือกไข่ที่เกิดจากโรคมีโอกาสเจอในเกือบทุกพื้นที่การเลี้ยงไก่ไข่ในประเทศไทย ดังนั้นหากต้องการลดความเสี่ยงและความเสียหายจากปัจจัยดังกล่าว ควรมีแนวทางในการดำเนินการดังต่อไปนี้ มีโปรแกรมในการเฝ้าระวัง เช่นการเก็บตัวอย่างและการผ่าซาก เพื่อวินิจฉัยสาเหตุปัญหาได้อย่างชัดเจน เพราะหากไม่สามารถระบุปัญหาได้ถูกต้องก็เป็นการยากในการวางแผนแก้ไข มีการบันทึกข้อมูลและเปรียบเทียบข้อมูลคุณภาพไข่ เพื่อง่ายในการติดตามตัวเลขและสามารถนำมาวิเคราะห์แก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ในกรณีพบเปอร์เซ็นต์คุณภาพไข่ดีลดลง ปรับปรุงเทคนิคและโปรแกรมวัคซีนให้มีความสอดคล้องต่อสถานการณ์โรคที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน รวมถึงวิเคราะห์และวางโปรแกรมการป้องกันโรคจากข้อมูลผลผลิตในฟาร์ม ลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น การติดเชื้อแทรกซ้อนซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสียหายที่รุนแรงขึ้น รวมถึงมีการวางโปรแกรมในการตรวจสอบ เช่น คุณภาพน้ำ คุณภาพวัตถุดิบอาหารสัตว์ การใช้สารเสริมทางเลือกต่างๆที่ส่งเสริมสุขภาพไก่และตัดวงจรความเสี่ยงจากเชื้อต่างๆที่พบได้ในฟาร์ม รูปแสดงปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นต่อคุณภาพไข่(ไข่เลือกซีด,ไข่ผิดรูป,ไข่เปลือกขาว)
จุดอันตราย!!! ช่วงฤดูร้อนต่อฤดูฝน กับผลกระทบต่อสุกร ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้สุกรอ่อนแอ คือ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและอุณหภูมิ โดยเฉพาะในช่วงรอยต่อของฤดูกาล เช่น ฤดูร้อนต่อฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่สภาวะอากาศจะไม่คงที่ สลับกันทั้งแดดร้อนทั้งฝนตก ทำให้ร่างกายของสุกรปรับตัวไม่ทัน จนเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนและอาจส่งผลทำให้สุกรเกิดการเจ็บป่วยขึ้นได้ภายในฟาร์ม โดยปกติแล้วสุกรเป็นสัตว์ที่ไม่มีต่อมเหงื่อและมีปอดขนาดเล็กเมื่อเทียบกับร่างกาย แถมยังมีชั้นไขมันหนาใต้ผิวหนังอีกด้วย ปัจจัยเหล่านี้เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ความสามารถในการระบายความร้อนออกจากร่างกายของสุกรทำได้ยากกว่าสัตว์ชนิดอื่น ในช่วงรอยต่อของฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน จะมีช่วงเวลาที่อากาศร้อนอบอ้าว อากาศปิด ลมไม่พัด ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูง สภาพอากาศแบบนี้จึงส่งผลกระทบต่อสุกรโดยตรง การปรับตัวของสุกรจึงต้องเร่งถ่ายเทความร้อนออกนอกร่างกาย 2 ทาง คือ ทางลมหายใจออก ทางผิวหนัง โดยการไปนอนในที่เย็นๆ เช่น นอนแช่ในน้ำ หรือ นอนในบริเวณพื้นเปียกชื้น ไม่ว่าจะเป็นที่สะอาดหรือสกปรกก็ตาม ถ้าความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศยิ่งสูง อัตราการหายใจออกของสุกรก็ยิ่งสูงตาม เพื่อระบายความร้อนให้ได้มากขึ้น ลักษณะที่เราสามารถสังเกตเห็นได้ คือ กินน้ำมากขึ้น สุกรแสดงอาการหอบ หายใจเร็ว ถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไข อาจจะทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมา ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพการผลิตที่ลดลง ผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย จนอาจเป็นสาเหตุทำให้สุกรเจ็บป่วยได้ เช่น 1.ผลต่อระบบทางเดินหายใจ 2.ผลต่อระบบทางเดินอาหาร…
โรคฝีดาษลิง (Monkeypox) by Dr.Peen iTAC ปัจจุบันมีการระบาดของโรคฝีดาษลิงในหลายประเทศล่าสุดคือ 20 ประเทศ ใน 5 ทวีป โรคนี้มีถิ่นกำเนิดในประเทศคองโก ค้นพบครั้งแรกในลิงปี ค.ศ.1958 หลังจากนั้นพบการระบาดในคนปี ค.ศ. 1970 เชื้อไวรัสอยู่ในกลุ่ม Poxviridae หรือ orthopoxvirus โดยมีสายพันธุ์หลัก 2 สายพันธุ์ ได้แก่ Congo Basin และ West African แต่สายพันธุ์ Congo Basin จะมีความรุนแรงมากกว่า ไวรัสฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่สามารถแพร่ระบาดในสัตว์ตระกูลลิง รวมทั้งในสัตว์ฟันแทะเล็ก เช่น หนู กระรอก กระต่าย กระแต รวมถึงสามารถติดคนด้วย เชื้อสามารถแพร่กระจายได้ง่าย ทางผิวหนัง การหายใจ สารคัดหลั่งต่าง ๆ เช่น น้ำลาย น้ำตา เหงื่อ หรือแพร่จากเสื้อผ้าของใช้ที่มีการสัมผัสเชื้อ โดยการติดคนสู่คนนั้นเกิดขึ้นได้หากคนมีแผลที่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย เชื้อก็จะสามารถเข้าสู่บาดแผลได้โดยตรง…
🎈 หลักสูตร ที่จัดขึ้นครั้งแรก เฉพาะผู้ทีอยู่ในวงการสัตว์ปีก 🐔🐓🐣 📢 ท่านทราบหรือไม่ ! “ทุกๆ 2-3 ปี ทักษะเดิม 50 % จะนำไปใช้ไม่ได้ ถ้าไม่เรียนรู้สิ่งใหม่ อีก 10 ปีข้างหน้า ทักษะที่ใช้ได้จะเหลือ 3.125 %” 💯 👉 iTAC Academy เครือเวทโปรดักส์ ” เปิดตัว 5 หลักสูตร 5 วิทยากรตัวจริงเสียงจริง ที่จะมา Reskill/Upskill , Relearn / Unlearn “🎉 1️⃣ การบริหารจัดการคนแบบครบวงจร 2️⃣ การจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 3️⃣ จัดการอีแวปอย่างไร ให้สัตว์อยู่สบาย 4️⃣ การจัดการเพื่อลดความเสี่ยงของโรค 5️⃣ ข้อจำกัด การใช้วัตถุดิบทดแทนในอาหารสัตว์ ✅ สำหรับสัตวแพทย์…
โรคสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังในเป็ด ตอนที่ 1 By ทีมวิชาการไอแทค เข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว ใครที่เลี้ยงเป็ดก็ต้องเฝ้าระวังสุขภาพเป็ดกันมากขึ้น โดยโรคที่สำคัญในเป็ดที่สามารถพบได้บ่อย ยกตัวอย่างดังต่อไปนี้ โรคนิวดั๊กซินโดรมหรือโรคเป็ดกลิ้ง (New Duck Syndrome) ซึ่งจะสามารถพบอาการซึม มีเสียงหวัด หัวสั่น ชัก ทรงตัวไม่ได้ และตายในที่สุด โรคกาฬโรคเป็ดหรือดั๊กเพล็ก (Duck Plaque) ที่จะพบเป็ดมีอาการท้องเสีย หน้าบวม หากรุนแรงอาจพบเป็ดตายได้เช่นกัน โรคไซนัสอักเสบ (Sinusitis) ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียทำให้เกิดหนองในโพรงจมูก โรคอหิวาต์เป็ด (Fowl Cholera) เป็ดจะซึม ไม่กินอาหาร มีไข้สูง น้ำมูกน้ำตาไหล อาจพบการตายอย่างรวดเร็วเนื่องจากติดเชื้อทั่วร่างกาย โรคลำไส้อักเสบเนื่องจากพาร์โวไวรัส (Parvovirus Infection) ทำให้เป็ดซึม ถ่ายเหลว พบความรุนแรงในเป็ดอายุน้อย โรคตับอักเสบติดต่อ (Duck Viral Hepatitis) โรคนี้ก่อความรุนแรงในลูกเป็ด มักจะทำให้เป็ดซึม มีอาการทางระบบประสาท และชักตาย สารพิษจากเชื้อรา (Mycotoxicosis) ซึ่งในเป็ดจะมีความรุนแรงมากกว่าสัตว์ปีกอื่นๆ โดยจะพบตับอักเสบและแข็งตัว อวัยวะภายในเสียหาย…