ทำความรู้จักกับโรคผิวหนังอักเสบในลูกหมู (Greasy pig disease)   โรคผิวหนังอักเสบ (Greasy pig disease หรือ Exudative Epidermitis) ในลูกสุกร เป็นโรคที่ทำให้เกิดการอักเสบของผิวหนังที่มีเชื้อสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus hyicus ซึ่งเป็นแบคทีเรียแกรมบวก โดยปกติเชื้อ S. hyicus จะสามารถพบได้ตามผิวหนังของสุกรที่โตเต็มวัยอยู่แล้วและไม่ทำให้เกิดอาการป่วย แต่จะก่อโรคในลูกสุกรเล้าคลอดเป็นหลัก โดยลักษณะของอาการที่มักจะพบได้แก่ ผิวหนังอักเสบ ผิวหนังลอกหลุด มีลักษณะเป็นมันเยิ้ม บางครั้งการอักเสบอาจรุนแรงจนเกิดการติดเชื้อทั่วร่างกายและทำให้ลูกสุกรตายได้ (Zimmerman et al., 2012) สาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยงที่มีโอกาสทำให้เจอโรคได้มากขึ้น (Foster, 2012) ได้แก่ บาดแผลที่เกิดจากการบาดเจ็บจากการกัดกัน การไม่ตัดหรือกรอฟัน สิ่งปูรองหรือผนังคอกที่ไม่เรียบ หรือปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ทำให้ผิวหนังมีการสัมผัสกับเชื้อได้ง่ายขึ้น การติดเชื้อไวรัสที่โน้มนำให้เกิดการติดเชื้อตัวนี้แทรกซ้อน สุขลักษณะการเลี้ยงที่ไม่ดี การระบายอากาศที่ไม่ดี สภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง (Foster, 2012) สำหรับวิธีการรักษา เนื่องจากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย การรักษาด้วยใช้ยาปฏิชีวนะจึงได้ผลตอบสนองเป็นอย่างดี โดยเชื้อแบคทีเรีย S. hyicus จะมีความไวต่อยาในกลุ่ม penicillins เช่น…

ความสำคัญของ Body Condition Score (BCS) ความสมบูรณ์ของร่างกายแม่สุกร             Body Condition Score  หรือการให้คะแนนความสมบูรณ์ของร่างกายแม่สุกรเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถใช้บ่งบอกถึงสุขภาพแม่สุกรว่าอ้วนหรือผอมจนเกินไปทั้งในช่วงรอคลอดหรือหย่านม เช่น แม่สุกรรอผสมควรมี BCS ไม่เกิน 3 แม่สุกรอุ้มท้อง ภายหลังการปรับการให้อาหารจนถึงรอคลอดควรมี BCS อยู่ที่ 3.5 เพื่อคาดหวังว่าหลังแม่สุกรคลอด เลี้ยงลูก จนถึงหย่านมจะสามารถรักษาความสมบูรณ์ของร่างกายให้อยู่ที่ 3 ได้ นอกจากนี้ BCS ยังสามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการปรับการการให้อาหารตามคะแนนหุ่นของแม่สุกรได้อีกด้วย ซึ่งการให้คะแนนหุ่นแม่สุกรควรกำหนดให้บุคคลเพียงคนเดียวในการให้คะแนนทั้งช่วงที่แม่สุกรไปรอคลอดและแม่สุกรหย่านมเพื่อลดความคาดเคลื่อนจาก Human Error หรือหากต้องการความแม่นยำเราสามารถใช้ Caliper ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการวัด BCS ได้ Body Condition Score แบ่งออกเป็น 5 ระดับ พิจารณาตามเกณฑ์การให้คะแนนดังนี้ – Condition Score 1.0 ผอมมาก สามารถมองเห็นกระดูกสันหลังและร่องที่สวาปได้ชัดเจน มีแอ่งกว้างรอบโคนหาง สะโพกแคบ – Condition Score…

กลไกการสูญเสียความร้อน Heat loss mechanisms ของลูกสุกร การสูญเสียความร้อนจากร่างกายเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ลูกสุกรไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ยิ่งหากลูกสุกรสูญเสียความร้อนจากร่างกายในช่วง 1-3 วันแรกหลังคลอดยิ่งทำให้เกิดผลกระทบสุกรมากขึ้น เนื่องจากลูกสุกรแรกคลอดยังไม่สามารถรักษาอุณหภูมิของร่างกายได้ดี และยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ทันที เราจึงต้องมีการจัดการให้ลูกสุกรแรกคลอดสูญเสียความร้อนออกจากร่างกายให้น้อยที่สุด ซึ่งกลไกการสูญเสียความร้อนหรือ Heat loss mechanisms มีหลายวิธี ดังนี้ 1.Evaporation หรือการระเหย ความร้อนจะออกจากร่างกายลูกสุกรโดยการระเหยการเป็นไอของของเหลว เช่น น้ำ เยื่อเมือก หรือเหงื่อ ของเหลวที่ติดมากับลูกสุกรหลังคลอดจะนำความร้อนออกจากตัวลูกสุกร ดังนั้นเราต้องรีบเช็ดเมือกออกจากตัวลูกสุกรทันที 2.Radiation หรือการแผ่รังสี ความร้อนจะออกจากร่างกายลูกสุกรโดยการแผ่รังสีความร้อนไปยังบริเวณพื้นที่ที่เย็นกว่าโดยรอบ เช่น ผนังคอก หรืออากาศโดยรอบโดยไม่ต้องเกิดการสัมผัส ดังนั้น ไฟกก เป็นตัวช่วยสำคัญในการเป็นพื้นที่ให้ความอบอุ่นกับลูกสุกรหลังคลอด ทำให้เราต้องนำลูกสุกรแรกคลอดเข้ากกทันที รวมทั้งควรฝึกลูกสุกรให้นอนภายในกก และคอยช่วยลูกสุกรที่อ่อนแอให้เข้ากกอยู่เสมอ 3.Conduction หรือการเหนี่ยวนำ ความร้อนจะออกจากร่างกายลูกสุกรโดยการเหนี่ยวนำไปสู่ผิวสัมผัสที่เย็นกว่า เช่น พื้นคอก ผนังคอก หรือการแช่น้ำ เมื่อนำลูกสุกรเข้ากกแล้ว กกที่ดีต้องถูกเตรียม จัดวางวัสดุปูรองบนพื้นที่นอนของลูกสุกรให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้ลูกสุกรนอนสัมผัสกับพื้นคอกโดยตรง และต้องมั่นใจว่าวัสดุปูรองนั้นมีความแน่นหนามากพอที่จะไม่ให้ลูกสุกรสัมผัสกับพื้นที่เย็น สิ่งปูรองต้องเป็นฉนวนความร้อนที่ดีและควรมีให้พอเหมาะกับจำนวนลูกสุกร 4.Convection หรือการพาความร้อนออกจากร่างกายลูกสุกรโดยการนำพาของลมไปสู่บรรยากาศที่เย็นกว่า เมื่อนำลูกสุกรเข้ากก กกที่ดีต้องป้องกันลมได้รอบทิศทาง…

ปรสิตที่สำคัญในสุกร Ep.๑ พยาธิไส้เดือนสุกร Ascaris suum หรือ พยาธิไส้เดือนสุกร เป็นพยาธิในทางเดินอาหารที่พบได้บ่อยที่สุด (ประมาณ 50-75%) เป็นพยาธิชนิดตัวกลมขนาดใหญ่ ต้วผู้ยาว 15-25 ชม. และกว้าง 3-4 มม. ตัวเมียยาว 20-40 ชม. และกว้าง 5-6 มม. ไข่พยาธิ หากส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์ มีลักษณะ เปลือกไข่หนา เปลือกชั้นนอกจะขรุขระ ไข่มีสีเหลืองน้ำตาล ตัวแก่ในลำไส้เล็กàไข่ปนออกมากับอุจจาระลงสู่พื้นดินàกินไข่พยาธิระยะติดต่อàฟักตัวในลำไส้àปล่อยพยาธิระยะ L2 ออกมา à ฝังตัวในลำไส้àไปตับโดยทาง hepato-portal blood streamà เข้าสู่ตับ ตัวอ่อนระยะ L2 ลอกคราบเป็น L3àไปยังหัวใจàไปยังปอด L3 ลอกคราบเป็น L4àไชทะลุถุงลมàหลอดลมฝอยàหลอดลมเล็กà หลอดลมใหญ่àไปบริเวณคอหอยàกลืนเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารàลอกคราบ L4 เป็น L5 ที่ลำไส้ อาการทางคลินิกและรอยโรค (Clinical signs & Lesions)…

🎈3กรณีศึกษา ที่คนในแวดวงสุกรต้องรู้ ถ้าไม่อยากเอ้าท์🐷🐖 ด่วน!! รับไม่เกิน 300 คนเท่านั้น 👉เครือเวทโปรดักส์ ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมนา ” จัดกระบวนทัพ ปรับกลยุทธกับที่สุด 3 กรณีศึกษา ” 💯 1️⃣ กรณีศึกษา : ต้นทุนพุ่ง ราคาหมูแกว่ง หมูไทย หมูอินเตอร์ ต้องขายน้ำหนักเท่าไร ถึงกำไรสูงสุด 🔸️รู้มั้ย!! ถ้าต้นทุนขยับ ราคาหมูปรับ ต้องขายกี่โล ถึงกำไรสูงสุด 🔹️ความเชื่อ !! ราคาอย่างนี้ ขายหมูยิ่งใหญ่ยิ่งดี ยิ่งกำไร จริงเหรอ? 2️⃣ กรณีศึกษา : จีน เวียดนาม กลับมาอย่างไร หลังโดน ASF 🔸️รู้มั้ย!! เค้าโดน ASF ก่อนไทย เค้าทำไงถึงกลับมา 🔹️ความเชื่อ !! กดต้นทุนการผลิตให้ต่ำเข้าไว้ ถึงรอด จริงเหรอ? 3️⃣…

ลูกดก หย่านมเยอะ ต้องจัดการอย่างไร !! เมื่อสถานการณ์โรคกลับคืนสู่สภาวะปกติ ฟาร์มสามารถสร้างผลผลิตอีกครั้ง หลายๆฟาร์มพบวิธีการให้ได้ลูกสุกรแรกคลอดมีชีวิตสูงขึ้นจากเดิม ทำให้มีคำถามต่อมาว่าหากแม่สุกรให้ลูกมีชีวิตมากกว่าจำนวนเต้านมที่มี จะสามารถเลี้ยงหรือจัดการอย่างไรเพื่อให้ได้ลูกหย่านมเพิ่มขึ้น หลักสำคัญในการจัดการแม่สุกรหลังคลอดที่จะช่วยลดการสูญเสียก่อนหย่านมในกรณีลูกดก 1.แม่สุกรต้องกินอาหารได้เต็มที่เพื่อสามารถสร้างน้ำนมได้เต็มที่ 2.แม่สุกรต้องไม่ป่วยหลังคลอด ไม่มีไข้ เต้านม และมดลูกไม่มีการอักเสบ 3.ลูกสุกรได้รับนมน้ำเหลือง และได้รับความอบอุ่นเพียงพอ 4.จำนวนเต้านม การทำงานของเต้านมสัมพันธ์กับจำนวนลูกสุกรและขนาดของลูก             4.1.เต้านมเล็กเหมาะสมกับลูกสุกรขนาดเล็ก             4.2.เต้านมใหญ่เหมาะสำหรับลูกขนาดใหญ่                 4.3.แม่สุกรนางมีประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกสามารถเลี้ยงลูกขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือตกไซส์ได้ดี             4.4.แม่สุกรสาวยังเลี้ยงลูกไม่เก่ง ต้องคอยเฝ้าระวังเรื่องแม่สุกรทับ  ต้องคอยจับลูกเข้าเต้านมแม่สุกร 5.การทำ Split Wean แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1.     จัดลูกสุกรขนาดใหญ่ที่กินอาหารเลียรางได้แล้วมีน้ำหนัก 5-10 กิโลกรัมเลี้ยงคู่กับแม่นม (แม่สุกรที่อายุเลี้ยงลูกใกล้ถึงวันหย่านมแต่น้ำนมยังดีคัดเพื่อมาเป็นแม่นม) ขั้นตอนที่ 2.     จัดลูกสุกรขนาดใหญ่ที่กินอาหารเลียรางได้แล้ว เน้นลูกสุกรน้ำหนักมากกว่า 7-10 กิโลกรัมขึ้นไป เตรียมคอกมีความอบอุ่นมากพอ พร้อมรางอาหาร ถ้วยน้ำหรือจุ๊บน้ำเพียงพอกับจำนวนลูกสุกร เสริมอาหารเลียรางหรือนม คอกนี้เลี้ยงแบบไม่ใช้แม่สุกร “แห้ง…

Page 4 of 9 1 2 3 4 5 6 9

For customer 02-937-4888

Vet Products Group Logo