ไก่ขาเจ็บ เดินกะเผลก รบกวนใจในฟาร์มไก่ สาเหตุมาทั้งจากการจัดการหรือมาจากโรคติดเชื้อ แนวทางในการป้องกันและการรักษาควรทำอย่างไร เพื่อลดปัญหาในฟาร์มและเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงที่ดี   ไก่ขาเจ็บป้องกันอย่างไร ประเด็นไก่ขาเจ็บในไก่เนื้อแยกออกเป็นปัญหาจากการจัดการ เช่น ปัญหาสิ่งปูรองนอน พื้นเปียกชื้น เป็นปัจจัยโน้มนำทำให้ไก่ขาเจ็บ อีกปัญหาหนึ่งคือเกิดจากการติดเชื้อ ทั้งจากโรคไวรัส,แบคทีเรียหรือมัยโคพลาสม่า ส่วนในไก่ไข่มักเกิดมาจากการติดเชื้อเป็นส่วนใหญ่ ส่วนการจัดการมักไม่เป็นปัจจัยปัญหาเนื่องจากปัจจัยในเรื่องของน้ำหนักตัวที่น้อยกว่า MS (Mycoplasma Synoviae) เป็นเชื้อมัยโคพลาสม่าที่มีขนาดเล็กกว่าแบคทีเรีย การติดเชื้อส่งผลให้เกิดอาการขาเจ็บในไก่ การป้องกันเชื้อนี้สามารถใช้วัคซีนเชื้อเป็นในการป้องกันปัญหาโดยนิยมทำวัคซีนในไก่ไข่ อีกปัจจัยหนึ่งคือระบบป้องกันโรค (Biosecurity) เป็นเครื่องมือหนึ่งในการป้องกันเชื้อเข้าสู่ตัวไก่ เราสามารถวิเคราะห์ปัญหาว่าเกิดจาก MS โดยดูจากระยะเวลาในการเกิดโรคโดยเป็นลักษณะที่เกิดอาการแบบไม่เฉียบพลัน รวมทั้งส่งตัวอย่างตรวจทางห้องปฏิบัติการ ในกรณีฟาร์มพบปัญหา MS ภายในฟาร์ม ถ้าในไก่ไข่มักพบปัญหาในช่วงไก่รุ่นซึ่งเป็นช่วงที่ยังไม่ให้ผลผลิตจึงสามารถใช้ยาในการรักษาการติดเชื้อได้ การเลือกใช้ยาควรเลือกใช้ยาที่มีความไวยาต่อเชื้อ เช่น tylosin tilmicosin โดยให้ยาต่อเนื่องอย่างน้อย 5 วันเพื่อประสิทธิภาพในการรักษา ส่วนไก่ที่มีอาการรุนแรงให้ทำการคัดทิ้งออกจากฝูง

#เชื้อราในสัตว์ปีก สารพิษจากเชื้อรา สิ่งที่มองไม่เห็นแต่มีอยู่จริง!!! จากตอนที่แล้ว เราได้ทราบถึงความหมายและผลกระทบของสารพิษจากเชื้อราที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อการส่งออก รวมถึงผลกระทบที่มีต่อสุขภาพของสุกร และทางองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations หรือ FAO) ได้รายงานไว้ว่ามากกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ ของผลผลิตทางการเกษตรทั่วโลกมีการปนเปื้อนของสารพิษจากเชื้อรา ดังนั้น การปนเปื้อนของสารพิษจากเชื้อรายังคงเป็นปัญหาที่ทั่วโลกให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะทางด้านปศุสัตว์ของไทย มีงานวิจัยจำนวนมากที่ทำการศึกษาเพื่อเฝ้าระวังการปนเปื้อนของสารพิษจากเชื้อรา ดังนั้นขอยกผลกระทบของสารพิษจากเชื้อราที่มีต่อสัตว์ปีก ให้ผู้อ่านได้เข้าใจโดยสังเขป ดังนี้   ผลกระทบของสารพิษจากเชื้อราในสัตว์ปีก ตับ : Aflatoxins, Ochratoxin A, Fumonisins – เกิดมะเร็งที่ตับ ตับ ม้ามและต่อมเบอร์ซ่าโต เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อสัมผัสและสีของตับและกึ๋น 2. ไต : Ochratoxin A, Aflatoxins, Fumonisins – ไตทำงานผิดปกติ ไตมีลักษณะบวมน้ำ อักเสบ เกิดเนื้อตาย ซีด  ระบบสืบพันธุ์…

ติดปีกให้ฟาร์มปศุสัตว์ #ยา/สารฆ่าเชื้อ และอุปกรณ์ ของมันต้องมี ในสภาวะการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคในฟาร์ม สิ่งที่ฟาร์มต้องเตรียมพร้อมไว้คือ ยา/สารฆ่าเชื้อ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้สำหรับภาวะฉุกเฉินหากบังเอิญโรคเข้ามา เปรียบเสมือนเตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์ไว้ทำสงครามต่อต้านกับผู้รุกรานในที่นี้คือ ASF นั่นเอง สำหรับยา/สารฆ่าเชื้อ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ ต้องเป็นยา/สารฆ่าเชื้อที่ได้รับการรับรองว่าฆ่าเชื้อ ASF ได้ ด้วยวิธีการตามมาตรฐานของ OIE เช่น กลุ่ม Potassium  Peroxy monosulphate (Oxipro®) เป็นต้น จากนั้นต้องมีการจัดทำคู่มือ SOP ระบุจุดการใช้ ปริมาณ ความเข้มข้นให้ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังต้องทราบปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพของการฆ่าเชื้อได้แก่ – ปริมาณของเชื้อโรค                         -สภาพพื้นผิวที่จะฆ่าเชื้อ – ระยะเวลาในการฆ่าเชื้อ                    -ความเข้มข้นของยา/สารฆ่าเชื้อ – ชนิดของเชื้อโรค                               -สภาพความเป็นกรด-ด่างของยา/สารฆ่าเชื้อ –…

ไก่รุ่นที่ดี มีคุณสมบัติหรือวิธีเลี้ยงที่ดีอย่างไร มาชมกันครับ 1. คุณภาพลูกไก่ ลูกไก่ควรมีสุขภาพดี แข็งแรง ไม่มีภาวะขาดน้ำ น้ำหนักได้ตามเกณฑ์ ไม่มีการติดเชื้อมาจากพ่อแม่พันธุ์หรือโรงฟัก 2. การกก การจัดการในช่วงกกเป็นหัวใจสำคัญต่อการเจริญเติบโตของลูกไก่ อุณหภูมิที่เหมาะสมจะช่วยให้ไก่กินอาหารได้ดีมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของร่างกายและระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างเต็มที่ 3. อาหารและน้ำ อาหารจะต้องผลิตจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพ มีคุณค่าโภชนะเหมาะสม และไก่ควรได้กินในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของสายพันธุ์ รวมไปถึงได้กินน้ำที่สะอาด ไม่มีการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค 4. น้ำหนักและโครงสร้างตัวไก่ เมื่อไก่ได้กินอาหารที่เพียงพอก็จะทำให้ได้น้ำหนักตัวและโครงสร้างตามมาตรฐาน แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงถึงคือความสม่ำเสมอของฝูง เพราะอาจมีบางตัวที่น้ำหนักต่ำจึงต้องมีการสุ่มชั่งน้ำหนักและคัดไก่เป็นระยะด้วย 5. สุขภาพและระดับภูมิคุ้มกัน ไก่ที่มีสุขภาพดี ปลอดโรค และมีระดับภูมิคุ้มกันที่เพียงพอต่อการป้องกันโรคจะสามารถให้ผลผลิตไข่ได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงต้องมีการจัดการด้านระบบการป้องกันโรค มีการให้วัคซีนในแต่ละช่ว งอายุอย่างมีประสิทธิภาพ และมีโปรแกรมการเฝ้าระวังติดตามโรคอย่างต่อเนื่อง #iTACteam #iTAC #สัตว์ปีก #Poultry #รอบรู้เรื่องสัตว์ #ตอบทุกโจทย์เรื่องปศุสัตว์

วัคซีนเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการป้องกันโรค โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค ดังนั้นการให้วัคซีนที่ดีและมีความถูกต้องจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายสัตว์เพื่อต่อต้านกับเชื้อก่อโรคที่เข้ามาภายในฟาร์มและมาสู่ตัวสัตว์ได้   แต่ทั้งนี้การให้วัคซีนจะต้องพิจารณาถึงข้อคำนึงดังต่อไปนี้ 1. ชนิดและสายพันธุ์ของวัคซีน ; ควรเลือกใช้วัคซีนที่ตรงกับชนิดและสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคในพื้นที่ หรือวัคซีนบางสายพันธุ์อาจสามารถป้องกันโรคข้ามสายพันธุ์ได้ 2. สถานะสุขภาพของตัวสัตว์ ; ควรพิจารณาให้วัคซีนในสัตว์ที่มีสุขภาพดี เนื่องจากสัตว์ที่มีปัญหาสุขภาพหรือป่วยจะมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ การให้วัคซีนในช่วงดังกล่าวจะไม่ได้ผล 3. อายุสัตว์ ; การพิจารณาวางโปรแกรมวัคซีน จะต้องสัมพันธ์กับอายุสัตว์ที่มีโอกาสการเกิดโรคแต่ละชนิด 4. การให้วัคซีน ; การให้วัคซีนมีหลายวิธีซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดวัคซีน โรค และชนิดสัตว์ โดยเทคนิคการให้วัคซีนที่ถูกต้องและมีคุณภาพจะต้องคำนึงถึงการที่ตัวสัตว์ได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึงและครบตามขนาดหรือโด๊สวัคซีน 5. การขนส่งและการเก็บรักษาวัคซีน ; เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของวัคซีน โดยการเก็บรักษาและขนส่งภายใต้อุณหภูมิที่เหมาะสมจะช่วยคงสภาพไม่ให้วัคซีนเสื่อมสถานะได้ ยกตัวอย่างเช่น วัคซีนเชื้อเป็นควรเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 4-8 องศาเซลเซียส เป็นต้น 6. การสุ่มตรวจสอบประสิทธิภาพการให้วัคซีนอย่างง่าย ; เช่น ดูการติดสีที่ลิ้นกรณีให้วัคซีนละลายน้ำ การเปิดดูวัคซีนที่ใต้ผิวหนังหลังการฉีด การสุ่มผ่าซากเพื่อเปิดดูวัคซีนในชั้นกล้ามเนื้อหลังการฉีด การตรวจสอบการเกิดตุ่มหลังการให้วัคซีนฝีดาษ 7. การตรวจติดตามระดับภูมิคุ้มกันหลังการให้วัคซีน ; เพื่อติดตามประสิทธิภาพของการให้วัคซีนและพิจารณาวางแผนการให้วัคซีนในครั้งถัดไป #iTACTeam #Poultry #วัคซีนสัตว์ปีก #ปศุสัตว์ #รอบรู้เรื่องปศุสัตว์ #ตอบทุกโจทย์เรื่องปศุสัตว์

สำหรับฟาร์มผู้เลี้ยงไก่ไข่คงหนีไม่พ้นกับปัญหาเรื่องการจัดการแผงไข่ โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โรคระบาดที่จะต้องป้องกันโรคในทุกๆด้าน ซึ่งรวมไปถึงอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆที่ใช้ภายในฟาร์มหรืออาจมีการหมุนเวียนใช้ระหว่างฟาร์มด้วย ยกตัวอย่างเช่น แผงไข่ เนื่องจากมีการหมุนเวียนใช้ตั้งแต่ภายในโรงเรือนเลี้ยงไก่ อาคารคัดแยกไข่ ไปจนถึงศูนย์รวบรวมไข่ ซึ่งหากมีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อไม่ดีเพียงพอก็อาจเป็นสาเหตุของการนำเชื้อก่อโรคกลับเข้ามาภายในฟาร์มได้ ดังนั้นการจัดการที่มีประสิทธิภาพจึงต้องคำนึงถึงหลักการที่สำคัญดังต่อไปนี้ 1. ลดสิ่งสกปรกตกค้างให้เหลือน้อยที่สุด เช่น เปลือกไข่ คราบไข่แตก หรือสิ่งสกปรกต่างๆที่เกาะอยู่บนแผงไข่ 2. หากมีคราบสกปรกฝังแน่นหรือมีสิ่งสกปรกค่อนข้างมาก ควรมีการล้างทำความสะอาดโดยใช้น้ำแรงดันสูง และควรทำความสะอาดให้ทั่วถึง 3. ฆ่าเชื้อโดยวิธีการจุ่มในสารละลายฆ่าเชื้อให้ทั่วแผงไข่ ใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 15 นาที (หรือขึ้นกับประสิทธิภาพของสารฆ่าเชื้อแต่ละชนิด) เพื่อให้ระยะเวลาในการออกฤทธิ์ของสารฆ่าเชื้อเพียงพอต่อการกำจัดเชื้อบนแผงไข่ 4. ไม่ควรล้างทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อแผงไข่แบบมัดรวม เนื่องจากอาจจะทำให้การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อได้ไม่ทั่วถึงเนื่องจากมีบางจุดที่ซ้อนทับกัน 5. สภาพการใช้งานและความสมบูรณ์ของแผงไข่ก็เป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้มีการสะสมสิ่งสกปรกและเชื้อก่อโรคได้   รู้อย่างนี้แล้ว ควรทำความสะอาดแผงไข่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการสะสมของสิ่งสกปรก และเพื่อลดการก่อตัวของเชื้อโรค #iTACteam

Page 31 of 33 1 29 30 31 32 33

For customer 02-937-4888

Vet Products Group Logo