#ราคาหมู สัตว์ปีก จีน อาเชียน และไทย ประจำวันที่ 18/12/21 – 19/12/21ราคาจีนปรับลงเล็กน้อยจาก 2 ปัจจัยคือ1.เนื้อหมูในสต็อกมีปริมาณที่เพียงพอและความต้องของผู้บริโภคภาคใต้ดีกว่าภาคเหนือ2.กระทรวงการคลังประกาศว่า ตั้งแต่ 01/01/2022 The Most-favoured-nation Rate of Duty จาก 8% เปลี่ยนเป็น 12% ซึ่งภาษีนำเข้าเนื้อหมูจะคืนกลับเป็น 12% ปีหน้านำเข้าเนื้อหมูอาจน้อยลงลูกหมู 15 กก ตัวละ 350-450 หยวนต่อตัว (1,834-2,358บาท) อัตราแลกเปลี่ยน 5.24บาท/หยวน #หมูเวียดนาม ราคา คงที่มีการ คลาย Lockdownเริ่มมีการเปิดเมืองใหญ่มากขึ้น แต่ ภาคบางเมืองยังมี โควิดระบาด กลับมา การบริโภคก็ยังไม่กลับเข้ามาราคาขายลูกหมู นน 7 กก.ราคา. 1,500บาท.ต่อตัว(1บาท = 720ดอง ) #หมูกัมพูชา ขึ้น1.ช่วงนี้มีการระบาดของASFอีก2.การนำเข้าลดลง3.เปิดร้านอาหารได้4.ผลจากASFทำให้สุกรในประเทศยังไม่พอต่อการบริโภค#หมูเมียนมาร์ ราคา ขึ้นราคาภาพรวมของปศุสัตว์ มีการปรับขึ้นเล็กน้อยบางพื้นที่…

กินไข่! แล้วรู้ไหม? GMP ควบคุมอะไรในไข่ไก่ ให้ออกมาว๊าว..คุณภาพดี ศูนย์รวบรวมไข่ไก่ ถือเป็นสถานที่สำคัญในการผลิตไข่สดออกสู่ท้องตลาด ศุนย์ฯจะทำหน้าทีช่วยคัดขนาดไข่ ความสด และคุณภาพต่างๆก่อนส่งตรงถึงมือผู้บริโภค ซึ่งสามารถของการรับรอง GMP ได้ โดยจะควบคุมกระบวนการผลิตทั้งหมดตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ไข่ไก่สดที่มีคุณภาพ ศูนย์รวบรวมไข่ไก่ที่ได้มาตรฐานประกอบไปด้วย 1) สถานที่ตั้ง :  ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่แยกเป็นสัดส่วนจากบริเวณเลี้ยงสัตว์ปีกอย่างชัดเจน และอยู่ห่างจากแหล่งที่ปล่อยมลพิษที่จะมีโอกาสปนเปื้อนไข่ไก่ได้ และโครงสร้างอาคารต้องเป็นอาคารปิด อากาศถ่ายเทได้สะดวกและสามารถทำความสะอาดได้ง่าย 2) เครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์  :  มีจำนวนเพียงพอต่อการใช้งาน มีรายการรวบรวมรายชื่อเครื่องมือ เครื่องจักร จัดให้มีการสอบเทียบเครื่องมือให้มีความเที่ยงตรง และ มีแผนบำรุงรักษาเครื่องมือ เครื่องจักร รวมถึงมีโปรแกรมการทำความสะอาดเพื่อเครื่องมือ เครื่องจักร มีความพร้อมใช้และสะอาดอยู่เสมอ 3) สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ  :  เช่น แสงไฟต้องมีความสว่างเพียงพอ มีการระบายอากาศที่ดี รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับพนักงาน สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขลักษณะ พื้นที่เปลี่ยนเสื้อผ้า พื้นที่ล้างมือ โรงอาหาร ห้องสุขา การควบคุมการปฏิบัติงาน 1) กระบวนการรับไข่ : ต้องมีการจดบันทึกข้อมูลที่สำคัญ เช่น ฟาร์มไก่ไข่…

ความสำคัญของตับในสัตว์ปีก By: ทีมวิชาการไอแทค ตับ นับได้ว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก โดยเฉพาะในสัตว์ปีกที่มีบทบาททั้งในด้านเมตาบอลิซึมของร่างกาย แหล่งของแร่ธาตุและวิตามิน ปรับสมดุลฮอร์โมน กำจัดของเสีย รวมถึงเป็นแหล่งของสารอาหารในการสร้างผลผลิตไข่ ดังนั้นหากตับได้รับผลกระทบหรือเกิดความเสียหาย จะส่งผลต่อทั้งด้านสุขภาพ ก่อให้เกิดอัตราการสูญเสีย และส่งผลกระทบต่อผลผลิตได้ โดยปัญหาที่สามารถพบได้บ่อย เช่น ปัญหาไขมันพอกตับ ปัญหาสารพิษจากเชื้อรา และโรคหลายๆชนิดส่งผลให้เซลล์ตับเกิดความเสียหาย ดังนั้นการป้องกันปัจจัยโน้มนำของปัญหาเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญอยู่เสมอ ควบคู่ไปกับการใช้สารเสริมบำรุงตับเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา ฟื้นฟูการทำงานของตับ และเพื่อเพิ่มผลผลิตในฟาร์มสัตว์ปีก *Credit ภาพ ; Merck Veterinary Manual #iTACTeam #ทีมวิชาการไอแทค #VetProductsGroup #ตอบโจทย์ทุกปัญหาเรื่องฟาร์มปศุสัตว์ #Poultry #สัตว์ปีก #ไก่เนื้อ #ไก่ไข่ #ฟาร์มไก่

สารพิษจากเชื้อรา ภัยร้ายที่เรามักมองข้าม! EP.01 สารพิษจากเชื้อราคืออะไร? ปัจจัยที่ทำให้แสดงอาการรุนแรงในไก่ 🐔เกิดจากอะไรได้บ้าง? สารพิษจากเชื้อรา (Mycotoxin) เกิดจากการแมทาบอลิซึมของเชื้อรา ซึ่งมีมากกว่า 300 สายพันธุ์ที่สามารถสร้างสารพิษได้ ที่สำคัญจะอยู่ในตระกูล Aspergillus, Fusarium และ Penicillium เป็นต้น สัตว์ที่ได้รับสารพิษจากเชื้อราส่งผลต่อการกดภูมิคุ้มกัน กระทบต่อการกระตุ้นภูมิคุ้มกันจากการทำวัคซีน และทำให้ติดเชื้อแทรกซ้อนจากโรคอื่นๆ ได้ง่ายอีกด้วย การแสดงอาการของโรคอาจเกิดได้ทั้งแบบเฉียบพลัน เรื้อรัง หรือไม่แสดงอาการ ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ดังนี้ 🐓พันธุ์ไก่ ไก่พันธุ์หนัก จะแสดงอาการเป็นพิษรุนแรงกว่าไก่พันธุ์เบา สอดคล้องกับปริมาณอาหารที่กิน ดังนั้นไก่เนื้อซึ่งเป็นไก่พันธุ์หนัก จะแสดงอาการให้เห็นมากกว่าไก่พันธุ์เบา เช่น ไก่ไข่ เป็นต้น 🐓 อายุ ไก่อายุน้อยจะแสดงอาการได้ชัดเจนกว่าไก่อายุมาก 🐓 เพศ ไก่เพศผู้อาการจะรุนแรงกว่าไก่เพศเมีย เนื่องจากปัจจัยด้านการกินอาหาร 🐓 การสะสมสารพิษ ไก่ที่กินอาหารที่มีสารพิษปนเปื้อนและกินต่อเนื่อง จะมีการสะสมสารพิษมากขึ้นภายในร่างกายสัตว์ ผลกระทบที่เกิดก็จะมากขึ้น 🐓ชนิด ปริมาณ และจำนวนสารพิษที่ปนเปื้อนในอาหาร ในบางกรณีสามารถเกิดการเสริมฤทธิ์ทำให้แสดงอาการได้มากขึ้น 🐓การจัดการที่ไม่ดี จะส่งผลให้เกิดความเครียดและแสดงอาการเป็นพิษรุนแรงกว่าฝูงอื่นๆ ที่ได้รับสารพิษปริมาณใกล้เคียงกัน…

สารพิษเชื้อราไหน ร้ายแรงงงเว่อร์!!! สารพิษจากเชื้อราที่มีปนเปื้อนในอาหารเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องตระหนัก และมีอันตรายต่อประสิทธิภาพและสุขภาพของสัตว์ เราพบว่าสารพิษจากเชื้อรามากกว่า 1 ชนิด จะส่งผลกระทบต่อสัตว์ที่รุนแรงกว่าเดิม อาการป่วยที่ปรากฎบางครั้งจะไม่เหมือนกับสัตว์ได้รับสารพิษแค่ชนิดเดียว ซึ่งเป็นการยากในการที่จะวินิจฉัยโรคได้ และโอกาสเกิดโรคอื่นๆ ตามมาก็จะเป็นไปได้สูง ดังนั้น VPG ขอยกตัวอย่างความร้ายแรงของสารพิษจากเชื้อราเมื่อมีการเสริมฤทธิ์กันในสุกรและสัตว์ปีก ดังนี้ ในสุกร หากสุกรได้รับสารพิษจากเชื้อรา Deoxynivalenol (DON) ร่วมกับ Fumonisin B1 (FB1) เกิดการเสริมฤทธิ์กัน ทำให้ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารที่รุนแรงมากขึ้น เสริมให้ลำไส้ทำงานผิดปกติหลายส่วน ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ความเป็นพิษที่เกิดขึ้นยังส่งผลให้สุกรเกิดการติดเชื้อและเกิดการอักเสบที่ลำไส้ หากสุกรได้รับสารพิษจากเชื้อรา Deoxynivalenol (DON) ร่วมกับ Zearalenone ในปริมาณการปนเปื้อนระดับต่ำที่ไม่มีผลกระทบรุนแรงต่อสุกร กลับพบว่าสารพิษจากเชื้อราทั้งสองชนิดสามารถสริมฤทธิ์กัน ทำให้เกิดผลกระทบต่ออัตราการเจริญเติบโต และหากสุกรได้รับสารพิษ Deoxynivalenol (DON) ร่วมกับสารพิษจากเชื้อรากลุ่ม Aflatoxins ในปริมาณการปนเปื้อนระดับต่ำที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุกรเช่นกัน พบว่าสารพิษจากเชื้อราทั้งสองชนิดเสริมฤทธิ์กันจนเกิดผลกระทบต่อการเจริญเติบโต ระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดการอักเสบและเกิดความเสียหายที่ตับได้ ทั้งสุกรและสัตว์ปีกได้รับสารพิษกลุ่ม Aflatoxins ร่วมกับ Fumonisin B1 จะพบว่าเกิดการเสริมฤทธิ์กันจนทำให้เกิดความรุนแรงมากกว่าการได้รับสารพิษชนิดเดียว ในไก่พบการเกิดรอยโรคที่ตับ ตับมีลักษณะซีดเหลือง และยังส่งผลต่อคุณภาพของไข่ไก่ด้วย…

คน!!! หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่จะนำเชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่ฟาร์ม ไม่ยากแต่ขอให้ทำจริง จัดการอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ไปดูกันเลย…..   นอกจากรถแล้ว คนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เสี่ยงต่อการนำเชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่ฟาร์ม และมักเป็นปัจจัยที่ถูกมองข้ามเสมอ เพราะคิดว่าไม่เสี่ยง เช่น ช่าง/คนงานก่อสร้าง พนักงานภายในฟาร์มออกไปข้างนอกชั่วคราว เป็นต้น หากเราไม่เข้มงวดในการจัดการก็จะเป็นความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทันที และเมื่อจะกลับมาเข้มงวดภายหลังก็ไม่ทันซะแล้ว คนที่เกี่ยวข้องก็จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ คนภายใน/พนักงานฟาร์ม  และคนภายนอก(ผู้เข้าเยี่ยมฟาร์ม) การจัดการก็จะแตกต่างกันไป สำหรับคนภายนอก ในช่วงที่สถานการณ์ยังปกติ พื้นที่ใกล้เคียงยังไม่มีโรคเกิดขึ้น ยังสามารถเข้าฟาร์มได้โดยต้องแจ้งก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ภายใน3วันก่อนเข้าฟาร์มต้องไม่มีประวัติไปจุดเสี่ยง ต้องกรอกข้อมูล และก่อนเข้าฟาร์มต้องกักอยู่ภายในเขตฟาร์มอย่างน้อย 24 ชม. ทำการฆ่าเชื้อ/อาบน้ำ แล้ว swab เพื่อตรวจสอบเชื้อโรค หากพบว่าให้ผล(-) ก็สามารถเข้าฟาร์มได้ ส่วนคนภายในฟาร์มที่ออกไปภายนอกชั่วคราวกลับเข้ามาก็ต้องพัก 24 ชม. แล้วทำการฆ่าเชื้อ/อาบน้ำ แล้ว swab ตรวจแล้วรอผลเช่นกัน แต่ในสถานการณ์ที่เป็นโรค หรือในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นโรค จะไม่อนุญาตให้คนภายนอกเข้าฟาร์มเด็ดขาด ส่วนคนภายในหรือพนักงานฟาร์มห้ามเข้า-ออกฟาร์มเช่นเดียวกัน สำหรับมาตรการก่อนเข้าฟาร์ม (โซนเลี้ยงสัตว์) ไม่ว่าจะเป็นพนักงานฟาร์ม หรือคนภายนอกที่ได้รับการอนุญาตให้เข้าฟาร์มจำเป็นต้องมีการฆ่าเชื้ออีกครั้งแนะนำให้เป็นสเปร์หมอกเนื่องจากอนุภาคยาฆ่าเชื้อจะเล็กและกระจายทั่วตัว หลังจากนั้นอาบน้ำและเปลี่ยนชุด-รองเท้าสำหรับทำงานภายในฟาร์ม…

Page 30 of 33 1 28 29 30 31 32 33

For customer 02-937-4888

Vet Products Group Logo