ระบบน้ำไก่กินในฟาร์มเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ระบบการให้น้ำไก่ สิ่งใกล้ตัวที่อย่ามองข้าม เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อระบบทางเดินอาหารซึ่งเป็นโครงสร้างหลักที่นำไปสู่การเจริญเติบโต ให้ผลผลิต และเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ดังนั้นเพื่อให้ไก่ได้กินน้ำที่สะอาดปราศจากเชื้อก่อโรคควรมีระบบการฆ่าเชื้อน้ำภายในฟาร์ม เช่น การใช้คลอรีน และควรจะต้องดูแลความสะอาดของอุปกร ณ์และระบบให้น้ำด้วย โดยมีโปรแกรมการทำความสะอาดอุปกรณ์ทั้งถังสำรองน้ำหน้าโรงเรือนและระบบท่ออย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งและควรมีการไล่ท่อด้วยน้ำแรงดันสูงทุกครั้งภายหลังการให้ยาละลายน้ำ นอกจากนี้แล้วควรมีการตรวจสอบและดูแลความสะอาดของระบบกรองและอุปกรณ์ให้ยาวิตามินอย่างสม่ำเสมออีกด้วย #หมอไก่ #iTAC #Poultry #สัตว์ปีก
รู้หรือไม่? อาหารที่เป็นเชื้อรา อย่าเสียดาย ด้วยการนำอาหารเหล่านั้นกลับมาผสมใหม่เพื่อลดสารพิษจากเชื้อราลง ระวัง!!! อันตรายกว่าที่คุณคิด ในอาหารสำเร็จรูปหรือวัตถุดิบที่พบเจอเชื้อราเพียงไม่กี่ถุง อย่าเสียดายด้วยการลดปริมาณสารพิษจากเชื้อราโดยการไปเจือจางผสมในอาหารถุงอื่นๆ เพราะเชื้อรามีการเพิ่มจำนวนและสร้างสารพิษจากเชื้อราตลอดเวลา เพิ่มโอกาสทำให้อาหารหรือวัตถุดิบมีเชื้อราสูงขึ้นด้วยเช่นกัน แทนที่เราจะเสียดายอาหารที่มีเชื้อราเพียงน้อยนิด แต่วิธีการที่เราทำอาจให้ผลเสียหายกับอาหารที่ดีมากกว่าเดิม วิธีการแก้ไขปัญหา ต้องเริ่มจากต้นทาง เช่น ต้องควบคุมคุณภาพวัตถุดิบที่เข้ามาทั้งทางกายภาพและเคมี เพื่อลดโอกาสการเกิดเชื้อราในอาหารและก่อให้เกิดสารพิษจากเชื้อรา ต้องมีการจัดเก็บอาหารที่เหมาะสม เช่น หลีกเลี่ยงความชื้นและแสงแดด เพื่อป้องกันการเพิ่มจำนวนเชื้อราในอาหาร นอกจากนี้การใส่สารจับเชื้อรายังสามารถช่วยป้องกันอันตรายและลดปัญหาสารพิษจากเชื้อราที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ #iTACteam #สารพิษจากเชื้อรา #หญิงพลอยเพชรน้ำหนึ่ง
#พยาธิลำไส้ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม ฟาร์มไก่ไข่บางฟาร์มอาจพบปัญหาไก่ไข่ถ่ายเหลว บ่งบอกถึงสุขภาพลำไส้ของฝูงไก่ไข่ สาเหตุนั้นอาจมีหลายสาเหตุ เช่น คุณภาพน้ำที่ไก่กิน อาหาร พยาธิภายในลำไส้ เป็นต้น พยาธิภายในลำไส้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม พยาธิลำไส้ในสัตว์ปีกที่พบบ่อยมีอยู่ 2 ชนิดคือ พยาธิไส้เดือน(พยาธิตัวกลม) และพยาธิตัวตืด(พยาธิตัวแบน) ซึ่งพยาธิทั้งสองชนิดดังกล่าวจะส่งผลให้ไก่ไข่มีอัตราแลกไข่ที่ไม่ดี ไก่ผอม และเหนี่ยวนำทำให้สุขภาพลำไส้ไก่ไข่มีปัญหา เป็นสาเหตุในการติดเชื้อที่ลำไส้ตามมา โดยเฉพาะพยาธิตัวตืด ที่มีตะขอและตัวดูดยึดติดผนังลำไส้ การป้องกันและควบคุมนั้น ควรควบคุมเรื่องแมลงวัน แมลงปีกแข็ง ภายในฟาร์ม การวินิจฉัยใช้การผ่าซากตรวจลำไส้ ร่วมกับตรวจหาไข่พยาธิจากมูลไก่ ยาที่ใช้ในการควบคุมพยาธิในกลุ่มนี้ได้ที่นิยมใช้เช่น Flubendazole Fenbendazole ควบคุมได้ทั้งพยาธิตัวกลมและตัวแบน Ivermectin ซึ่งควบคุมได้เพียงพยาธิตัวกลม ฟาร์มใดที่สงสัยปัญหาดังกล่าวควรปรึกษาสัตวแพทย์ที่ดูแลฟาร์มของท่าน โดย น.สพ. วีรชัย จิรธนาวุฒิ(ITAC)
การดูแลวัสดุรองพื้นในไก่เนื้อ #Poultry ไก่เนื้อปัจจุบันได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคค่อนข้างเยอะ อันเนื่องมาจากไก่เนื้อเป็นแหล่งโปรตีนที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัยและทุกศาสนา และยังสามารถหาทานได้ง่ายทั่วไป อีกทั้งไก่เนื้อยังใช้ระยะเวลาการเลี้ยงไม่นานมาก จึงทำให้มีผู้เลี้ยงไก่เนื้อจำนวนมากขึ้น แต่ปัญหาและอุปสรรคสำหรับการเลี้ยงไก่เนื้อมีค่อนข้างเยอะ และสิ่งที่เป็นปัญหาสำคัญลำดับต้นๆ ของการเลี้ยงไก่เนื้อ ก็คือ การดูแลวัสดุรองพื้น วัสดุรองพื้นถือเป็นหัวใจสำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับการเลี้ยงไก่เนื้อ ทางผู้เลี้ยงจึงควรเอาใจใส่และมีวิธีการดูแลเพื่อให้วัสดุรองพื้นอยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ ชนิดของวัสดุรองพื้นที่นิยมใช้กันมากในประเทศไทยก็คือ แกลบ ซึ่งจะมีการแบ่งระดับคุณภาพของวัสดุรองพื้นแต่ละลักษณะ ดังนี้ ระดับคุณภาพของวัสดุรองพื้น (แกลบ) เกรด 1 แกลบต้องแห้งและร่วน (กำไว้ในมือแล้วบีบเมื่อคลายมือออก แกลบจะแยกออกจากกัน) เกรด 2 แกลบชื้นเล็กน้อย (กำไว้ในมือแล้วบีบออกเมื่อคลายมือออก แกลบจะไม่แยกออกจากกัน) เกรด 3 แกลบชื้นหรือเป็นแผ่นใต้จุดนิปเปิ้ลหรือกระปุกน้ำ (เป็นบริเวณพื้นที่เล็กๆเท่านั้น) เกรด 4 แกลบเป็นแผ่นแต่ปัจจุบันแห้งแล้ว (เป็นบริเวณทั่วไป) เกรด 5 แกลบเป็นแผ่นและเปียก (เป็นบริเวณกว้าง) เกรด 6 แกลบเปียกและแฉะ (เป็นบริเวณกว้าง) การดูแลวัสดุรองพื้น – เมื่อไก่อายุ 7-20 วัน คนเลี้ยงควรเริ่มกลับแกลบ โดยการกลับแกลบแต่ละครั้งควรเปิดพัดลมเพิ่ม 2 ตัวเพื่อช่วยระบายแก๊สแอมโมเนียออกนอกโรงเรือน และควรกลับด้วยความนิ่มนวลเพื่อป้องกันไก่เครียดหรือบาดเจ็บ…
ทำไมต้องใช้โพรไบโอติก??? การเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในปัจจุบันมีกำลังการผลิตเพิ่มมากขึ้นทำให้เอื้อต่อการเกิดโรคได้ง่าย เป็นสาเหตุให้มีแนวโน้มการใช้ยาปฏิชีวนะเพิ่มขึ้นทั้งในเชิงป้องกันและการรักษา แต่ในขณะเดียวกันเรื่องการตกค้างของยาปฏิชีวนะและการดื้อยานั้นส่งผลให้ผู้บริโภคตระหนักและให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งทางเลือกหนึ่งก็คือ โพรไบโอติก (Probiotic) ซึ่งก็คือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เมื่อสัตว์กินเข้าไปแล้วจะช่วยปรับสมดุลในลำไส้ให้มีจุลินทรีย์ที่ดีมากขึ้น และช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ตัวก่อโรค เช่น เชื้อซัลโมเนลล่า อีโคไล และคลอสตริเดียม นอกจากนี้แล้วยังช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ในลำไส้ให้สามารถย่อยอาหารได้ดียิ่งขึ้น และช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อต่อต้านเชื้อก่อโรคในระบบทางเดินอาหารอีกด้วย ดังนั้นการใช้โพรไบโอติกในสัตว์ปีกหรือสุกรนอกจากจะช่วยลดปัญหาโรคในระบบทางเดินอาหารแล้วยังส่งผลให้สัตว์เจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ในปัจจุบันมีการเลือกใช้จุลินทรีย์หลากหลายชนิด ยกตัวอย่างเช่น Lactobacillus, Enterococcus เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามผู้เลี้ยงจะต้องให้ความสำคัญกับการจัดการและการป้องกันโรคที่ดีภายในฟาร์มควบคู่ไปด้วยจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดและสามารถลดการใช้ยาปฏิชีวนะได้อย่างมีประสิทธิผล #หมอรถหมอไก่ #iTACteam #Probiotic
#การป้องกันควบคุมโรคระบาดในสัตว์ปีกช่วงฤดูฝน เข้าช่วงกลางฤดูฝนกันแล้วนะครับ จะพบว่าในช่วงที่ผ่านมาได้เกิดปัญหาโรคระบาดในสัตว์ปีกในหลายพื้นที่ ซึ่งสร้างความเสียหายทางด้านผลผลิตภายในฟาร์มของเกษตรกรที่ประสบปัญหาเป็นอย่างมาก วันนี้หมอสัตว์ปีกจากทีม ITAC ก็ขอแนะนำการควบคุมป้องกันโรคระบาดในฟาร์มสัตว์ปีก เพื่อเกษตรกรจะได้ใช้ไปเป็นแนวทางป้องกันควบคุมโรคภายในฟาร์มกันนะครับ โดยผมจะขอแบ่งประเด็นการพูดเป็น 2 ประเด็นหลักด้วยกันคือ การป้องกันในกรณีที่ฟาร์มยังไม่ประสบปัญหา และ การควบคุมโรคในกรณีฟาร์มประสบปัญหา นะครับ 1.การป้องกันโรค ควรเน้นระบบความปลอดภัยทางชีวภาพเป็นหลัก รับซื้อพันธุ์สัตว์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ พันธุ์สัตว์ต้องผ่านการทำวัคซีนครบถ้วน แผงไข่ที่ใช้ภายในฟาร์ม นอกฟาร์ม ต้องผ่านการทำความสะอาดแช่ล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น กลุ่ม glutaraldehyde, quatery ammonium compound เป็นต้น แผงไข่ที่ใช้ภายนอกฟาร์ม ภายในฟาร์ม และแต่ละโรงเรือน ควรแยกอย่างชัดเจน มีการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ และโรยปูนขาวบริเวณรอบฟาร์มและโรงเรือน รวมถึงทางสัญจรอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เมื่อพบว่าสัตว์ปีกมีการตาย หรือผลผลิตลดอย่างผิดปกติควรปรึกษาสัตวแพทย์โดยทันที 2.การควบคุมโรค กรณีพบสัตว์ปีกตายผิดปกติ ผลผลิตลด ควรแจ้งสัตวแพทย์ที่ดูแลฟาร์มสัตว์ปีกของท่านทันที ควรทำการฝัง หรือเผาซากสัตว์ปีกป่วยและตายทันที ห้ามเคลื่อนย้ายไปทั่วฟาร์ม และนอกฟาร์ม แยกอุปกรณ์ และคนแต่ละโรงเรือนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะระหว่างโรงเรือนที่มีปัญหาและไม่มีปัญหา ทำการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในฟาร์มและรอบฟาร์ม ทุกวัน โรยปูนขาวสัปดาห์ละ 2 ครั้ง