การเช็คสัด จุดเริ่มต้นที่สำคัญของเล้าผสม ถ้าเช็คสัดได้ดี ย่อมเพิ่มโอกาสที่จะทำให้ไข่กับอสุจิเจอกันในเวลาที่เหมาะสม และถ้าผสมในช่วงที่มีจำนวนไข่ตกมากๆ โอกาสที่จะทำให้อัตราเข้าคลอดสูงและลูกดกนั้น ย่อมเป็นไปได้สูงเช่นกัน ความสำคัญมีไม่กี่อย่าง อันดับแรกอยากให้เน้นที่คน ต้องคัดคนที่มีความละเอียด ใส่ใจงานและมีความรับผิดชอบสูง อย่างที่สอง ต้องใช้พ่อพันธุ์ทุกครั้งที่เช็คสัด ถ้าเราไม่ใช้พ่อเราจะเจอการเป็นสัดของสุกรช้าไป 12 ชั่วโมง ยอมเสียเวลาในการเช็คสัดให้ดี ดีกว่าต้องมานั่งปวดหัวตอนหมูกลับสัดนะครับ ไม่ยากและไม่ง่ายอยู่ที่ว่า คุณจะทำหรือเปล่า?   มาดูคลิปวิดีโอนี้กันครับ ขั้นตอนการตรวจสัดสุกร [KGVID]http://www.vetproductsgroup.com/wp-content/uploads/2020/02/การเช็คสัด-จุดเริ่มต้นที่สำคัญของเล้าผสม-vid.mp4[/KGVID]   #iTACteam #iTAC #ตรวจสัดสุกร #สุกรติดสัด #ปัญหาสุกร #เรื่องหมูๆ #ตอบทุกโจทย์เรื่องปศุสัตว์

แม่กินดีมีน้ำนมมาก ประเด็นสำคัญของเล้าคลอด ต้องตระหนัก ห้ามละเลย!!! ปริมาณการกินอาหารของแม่สุกรช่วงเลี้ยงลูก ส่งผลต่อการผลิตน้ำนมซึ่งจะทำให้น้ำหนักหย่านมของลูกสุกรสูง ทั้งยังทำให้การสูญเสียน้ำหนักตัวของแม่สุกรน้อยลง มีการเป็นสัดหลังหย่านมเร็วขึ้น มีโอกาสลูกดกในลำดับท้องถัดไป เคล็ดลับทำให้แม่กินได้ เพราะแม่กินได้ไม่ยากอย่างที่คิด – โรงเรือนอากาศถ่ายเทดี แม่เย็นสบายไม่หอบ – อาหารน่ากิน โภชนาการครบถ้วน ปลอดภัยไม่ปนเปื้อน – แม่หมูชอบอาหารเปียกมากกว่าอาหารแห้ง – มีการกระตุ้นแม่ให้ลุกกินอาหารหลังจากให้ – อย่าปล่อยให้แม่ยืนรอเติมอาหารนานจนร้องหรือลงนอน เสียโอกาสในการกินเพิ่ม – มีน้ำสะอาดให้ดื่มอย่างพอเพียง พฤติกรรมหมูกินอาหารแล้วกินน้ำไปพร้อมๆกัน #สุขภาพแม่ท้ายสุดแต่สำคัญมาก ถ้าล้วงคลอดแบบไม่สะอาด ขี้เต็มก้น มือไม่ล้าง ไม่หล่อลื่น มีโอกาสติดเชื้อ ทำให้ป่วย ความอยากกินอาหารก็จะลดลง #iTACteam #iTACเรื่องดีต้องบอกต่อ #แม่กินได้นมดีลูกหย่าสวย #กระตุ้นแม่ช่วยการกินได้ #ตอบทุกโจทย์เรื่องปศุสัตว์

วัคซีนเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการป้องกันโรค โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค ดังนั้นการให้วัคซีนที่ดีและมีความถูกต้องจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายสัตว์เพื่อต่อต้านกับเชื้อก่อโรคที่เข้ามาภายในฟาร์มและมาสู่ตัวสัตว์ได้   แต่ทั้งนี้การให้วัคซีนจะต้องพิจารณาถึงข้อคำนึงดังต่อไปนี้ 1. ชนิดและสายพันธุ์ของวัคซีน ; ควรเลือกใช้วัคซีนที่ตรงกับชนิดและสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคในพื้นที่ หรือวัคซีนบางสายพันธุ์อาจสามารถป้องกันโรคข้ามสายพันธุ์ได้ 2. สถานะสุขภาพของตัวสัตว์ ; ควรพิจารณาให้วัคซีนในสัตว์ที่มีสุขภาพดี เนื่องจากสัตว์ที่มีปัญหาสุขภาพหรือป่วยจะมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ การให้วัคซีนในช่วงดังกล่าวจะไม่ได้ผล 3. อายุสัตว์ ; การพิจารณาวางโปรแกรมวัคซีน จะต้องสัมพันธ์กับอายุสัตว์ที่มีโอกาสการเกิดโรคแต่ละชนิด 4. การให้วัคซีน ; การให้วัคซีนมีหลายวิธีซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดวัคซีน โรค และชนิดสัตว์ โดยเทคนิคการให้วัคซีนที่ถูกต้องและมีคุณภาพจะต้องคำนึงถึงการที่ตัวสัตว์ได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึงและครบตามขนาดหรือโด๊สวัคซีน 5. การขนส่งและการเก็บรักษาวัคซีน ; เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของวัคซีน โดยการเก็บรักษาและขนส่งภายใต้อุณหภูมิที่เหมาะสมจะช่วยคงสภาพไม่ให้วัคซีนเสื่อมสถานะได้ ยกตัวอย่างเช่น วัคซีนเชื้อเป็นควรเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 4-8 องศาเซลเซียส เป็นต้น 6. การสุ่มตรวจสอบประสิทธิภาพการให้วัคซีนอย่างง่าย ; เช่น ดูการติดสีที่ลิ้นกรณีให้วัคซีนละลายน้ำ การเปิดดูวัคซีนที่ใต้ผิวหนังหลังการฉีด การสุ่มผ่าซากเพื่อเปิดดูวัคซีนในชั้นกล้ามเนื้อหลังการฉีด การตรวจสอบการเกิดตุ่มหลังการให้วัคซีนฝีดาษ 7. การตรวจติดตามระดับภูมิคุ้มกันหลังการให้วัคซีน ; เพื่อติดตามประสิทธิภาพของการให้วัคซีนและพิจารณาวางแผนการให้วัคซีนในครั้งถัดไป #iTACTeam #Poultry #วัคซีนสัตว์ปีก #ปศุสัตว์ #รอบรู้เรื่องปศุสัตว์ #ตอบทุกโจทย์เรื่องปศุสัตว์

เอายังไงดี???กับปัญหาหมู(ชอบ)อึหน้าคอก!!!! ส้วมน้ำก็มี ท้ายคอกก็จัดเตรียมไว้ให้เป็นที่ขับถ่าย แล้วทำไมชอบมาอึมาเยี่ยวหน้าคอกล่ะคร้าบบบบบ??? เชื่อว่าบรรดาผู้เลี้ยงหมูต้องเคยตั้งคำถามทำนองนี้มาบ้างล่ะครับ เพราะอีกหนึ่งปัญหาชวนปวดขมับสำหรับโรงเรือนอนุบาลและขุน ก็คือเรื่องการจัดการกับอึหมูกองโตที่เหล่าหมูๆทั้งหลายในคอก พร้อมใจกันจัดหนักจัดเบามาให้เก็บกวาดทุกวันนี่ล่ะครับ ถ้าอย่างนั้นวันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหามาบอกให้ทราบครับ ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าพฤติกรรมการขับถ่ายของสุกรนั้นขึ้นกับปัจจัยอะไรบ้าง 1.ปัจจัยเรื่องแสงสว่าง จากการศึกษาเราพบว่า หมูมักขับถ่ายในที่ที่มีแสงสว่างมาก นั่นเป็นเหตุผลที่เราสร้างส้วมน้ำไว้ฝั่งผ้าม่านด้านข้างโรงเรือน 2.ปัจจัยเรื่องกลิ่น โดยหมูจะใช้การดมกลิ่นและขับถ่ายในที่ที่มีกลิ่นของฉี่หรืออึหมูอยู่ก่อนแล้ว 3.ปัจจัยเรื่องน้ำ เราพบว่าหมูชอบขับถ่ายในที่ที่เปียกชื้น ส้วมน้ำในปัจจุบันก็อาศัยหลักการนี้แหละครับ 4.ปัจจัยเรื่องการฝึกพฤติกรรม ช่วงสัปดาห์แรกหลังรับเข้าเป็นช่วงที่สุกรต้องเรียนรู้กับสภาพแวดล้อมใหม่ รวมถึงเรื่องการขับถ่ายด้วย 5.ปัจจัยเรื่องโครงสร้างและการออกแบบโรงเรือน ซึ่งจะมีผลต่อปัจจัยข้างต้น เช่น ตำแหน่งที่แสงแดดตกกระทบโรงเรือน ตำแหน่งการติดตั้งจุ๊บน้ำ(เกิดความชื้น) เป็นต้น ได้รู้สาเหตุแล้วก็ลองนำไปพิจารณาในฟาร์มของเราดูนะครับ ส่วนตอนหน้าจะพูดถึงวิธีการปรับพฤติกรรมการขับถ่ายของหมูครับ หมูเคยอึหน้าคอกไปแล้วจะแก้อย่างไร หมูลงใหม่เราจะปรับทัศนคติได้อย่างไร(555) ไว้เจอกันตอนหน้านะครับ

เอายังไงดี???กับปัญหาหมู(ชอบ)อึหน้าคอก!!!! ส้วมน้ำก็มี ท้ายคอกก็จัดเตรียมไว้ให้เป็นที่ขับถ่าย แล้วทำไมชอบมาอึมาเยี่ยวหน้าคอกล่ะคร้าบบบบบ??? เชื่อว่าบรรดาผู้เลี้ยงหมูต้องเคยตั้งคำถามทำนองนี้มาบ้างล่ะครับ เพราะอีกหนึ่งปัญหาชวนปวดขมับสำหรับโรงเรือนอนุบาลและขุน ก็คือเรื่องการจัดการกับอึหมูกองโตที่เหล่าหมูๆทั้งหลายในคอก พร้อมใจกันจัดหนักจัดเบามาให้เก็บกวาดทุกวันนี่ล่ะครับ ถ้าอย่างนั้นวันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหามาบอกให้ทราบครับ ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าพฤติกรรมการขับถ่ายของสุกรนั้นขึ้นกับปัจจัยอะไรบ้าง   มาดูปัจจัยต่างๆที่ส่งผลกับปัญหานี้กันดีกว่าครับ เราจะได้หาวิธีการแก้ไขกัน 1.ปัจจัยเรื่องแสงสว่าง จากการศึกษาเราพบว่า หมูมักขับถ่ายในที่ที่มีแสงสว่างมาก นั่นเป็นเหตุผลที่เราสร้างส้วมน้ำไว้ฝั่งผ้าม่านด้านข้างโรงเรือน 2.ปัจจัยเรื่องกลิ่น โดยหมูจะใช้การดมกลิ่นและขับถ่ายในที่ที่มีกลิ่นของฉี่หรืออึหมูอยู่ก่อนแล้ว 3.ปัจจัยเรื่องน้ำ เราพบว่าหมูชอบขับถ่ายในที่ที่เปียกชื้น ส้วมน้ำในปัจจุบันก็อาศัยหลักการนี้แหละครับ 4.ปัจจัยเรื่องการฝึกพฤติกรรม ช่วงสัปดาห์แรกหลังรับเข้าเป็นช่วงที่สุกรต้องเรียนรู้กับสภาพแวดล้อมใหม่ รวมถึงเรื่องการขับถ่ายด้วย 5.ปัจจัยเรื่องโครงสร้างและการออกแบบโรงเรือน ซึ่งจะมีผลต่อปัจจัยข้างต้น เช่น ตำแหน่งที่แสงแดดตกกระทบโรงเรือน ตำแหน่งการติดตั้งจุ๊บน้ำ(เกิดความชื้น) เป็นต้น ได้รู้สาเหตุแล้วก็ลองนำไปพิจารณาในฟาร์มของเราดูนะครับ ส่วนตอนหน้าจะพูดถึงวิธีการปรับพฤติกรรมการขับถ่ายของหมูครับ หมูเคยอึหน้าคอกไปแล้วจะแก้อย่างไร หมูลงใหม่เราจะปรับทัศนคติได้อย่างไร(555) ไว้เจอกันตอนหน้านะครับ #ปัญหาหมูขี้หน้าคอก #มูลสุกร #อึไม่เป็นที่ #iTACTeam #สุกร #ตอบทุกโจทย์เรื่องปศุสัตว์

โรคผิวหนังอักเสบกรีสซีพิกโรคหรือขี้เรื้อนเปียกแฉะ (Greasy pig หรือ Exudative epidermatitis) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก Staphylococcus hyicus ซึ่งเป็นเชื้อประจำถิ่นที่วนเวียนอยู่ในฟาร์ม พบเจอเชื้ออยู่ตามผิวหนังสุกรได้เป็นปรกติอยู่แล้ว แต่จะเกิดโรคเมื่อมีบาดแผลและภูมิคุ้มกันน้อย ลูกหมูที่ได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่น้อย ก็จะแสดงอาการป่วยของโรค โดยสาเหตุที่ได้รับภูมิคุ้มกันน้อยอาจเกิดได้จาก แม่สาวภูมิคุ้มกันน้อยจากกระบวนการเตรียมสุกรสาวที่ไม่ได้มีการคลุกกับแม่นาง หรือแม่ขึ้นคลอดป่วยนมแห้งลูกสุกรเลยได้รับนมน้ำเหลืองน้อย โดยอาจเริ่มเห็นสุกรป่วยได้ตั้งแต่บนเล้าคลอดหรือภายในเล้าอนุบาล การรักษา ทำได้โดยการฉีดยา อะม็อกซี่หรือเพนนิซิลิน ร่วมกับการใช้ยาทาภายนอกเช่น โพวิโดนไอโอดีน(เบตาดีน) อาการเริ่มแรกเกิดขึ้นบริเวณใบหูก่อน หน้า และค่อยลามไปทั่วตัว เห็นไว รักษาไว จะได้ผลดีกว่า #greasypig #กรี๊ซซี่พิก #iTACteam #โรคในสุกร #ฟาร์มปศุสัตว์ #ตอบทุกโจทย์เรื่องปศุสัตว์

Page 70 of 77 1 68 69 70 71 72 77

For customer 02-937-4888

Vet Products Group Logo