สารพิษเชื้อราไหน ร้ายแรงงงเว่อร์!!! สารพิษจากเชื้อราที่มีปนเปื้อนในอาหารเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องตระหนัก และมีอันตรายต่อประสิทธิภาพและสุขภาพของสัตว์ เราพบว่าสารพิษจากเชื้อรามากกว่า 1 ชนิด จะส่งผลกระทบต่อสัตว์ที่รุนแรงกว่าเดิม อาการป่วยที่ปรากฎบางครั้งจะไม่เหมือนกับสัตว์ได้รับสารพิษแค่ชนิดเดียว ซึ่งเป็นการยากในการที่จะวินิจฉัยโรคได้ และโอกาสเกิดโรคอื่นๆ ตามมาก็จะเป็นไปได้สูง ดังนั้น VPG ขอยกตัวอย่างความร้ายแรงของสารพิษจากเชื้อราเมื่อมีการเสริมฤทธิ์กันในสุกรและสัตว์ปีก ดังนี้ ในสุกร หากสุกรได้รับสารพิษจากเชื้อรา Deoxynivalenol (DON) ร่วมกับ Fumonisin B1 (FB1) เกิดการเสริมฤทธิ์กัน ทำให้ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารที่รุนแรงมากขึ้น เสริมให้ลำไส้ทำงานผิดปกติหลายส่วน ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ความเป็นพิษที่เกิดขึ้นยังส่งผลให้สุกรเกิดการติดเชื้อและเกิดการอักเสบที่ลำไส้ หากสุกรได้รับสารพิษจากเชื้อรา Deoxynivalenol (DON) ร่วมกับ Zearalenone ในปริมาณการปนเปื้อนระดับต่ำที่ไม่มีผลกระทบรุนแรงต่อสุกร กลับพบว่าสารพิษจากเชื้อราทั้งสองชนิดสามารถสริมฤทธิ์กัน ทำให้เกิดผลกระทบต่ออัตราการเจริญเติบโต และหากสุกรได้รับสารพิษ Deoxynivalenol (DON) ร่วมกับสารพิษจากเชื้อรากลุ่ม Aflatoxins ในปริมาณการปนเปื้อนระดับต่ำที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุกรเช่นกัน พบว่าสารพิษจากเชื้อราทั้งสองชนิดเสริมฤทธิ์กันจนเกิดผลกระทบต่อการเจริญเติบโต ระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดการอักเสบและเกิดความเสียหายที่ตับได้ ทั้งสุกรและสัตว์ปีกได้รับสารพิษกลุ่ม Aflatoxins ร่วมกับ Fumonisin B1 จะพบว่าเกิดการเสริมฤทธิ์กันจนทำให้เกิดความรุนแรงมากกว่าการได้รับสารพิษชนิดเดียว ในไก่พบการเกิดรอยโรคที่ตับ ตับมีลักษณะซีดเหลือง และยังส่งผลต่อคุณภาพของไข่ไก่ด้วย…
คน!!! หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่จะนำเชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่ฟาร์ม ไม่ยากแต่ขอให้ทำจริง จัดการอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ไปดูกันเลย….. นอกจากรถแล้ว คนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เสี่ยงต่อการนำเชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่ฟาร์ม และมักเป็นปัจจัยที่ถูกมองข้ามเสมอ เพราะคิดว่าไม่เสี่ยง เช่น ช่าง/คนงานก่อสร้าง พนักงานภายในฟาร์มออกไปข้างนอกชั่วคราว เป็นต้น หากเราไม่เข้มงวดในการจัดการก็จะเป็นความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทันที และเมื่อจะกลับมาเข้มงวดภายหลังก็ไม่ทันซะแล้ว คนที่เกี่ยวข้องก็จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ คนภายใน/พนักงานฟาร์ม และคนภายนอก(ผู้เข้าเยี่ยมฟาร์ม) การจัดการก็จะแตกต่างกันไป สำหรับคนภายนอก ในช่วงที่สถานการณ์ยังปกติ พื้นที่ใกล้เคียงยังไม่มีโรคเกิดขึ้น ยังสามารถเข้าฟาร์มได้โดยต้องแจ้งก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ภายใน3วันก่อนเข้าฟาร์มต้องไม่มีประวัติไปจุดเสี่ยง ต้องกรอกข้อมูล และก่อนเข้าฟาร์มต้องกักอยู่ภายในเขตฟาร์มอย่างน้อย 24 ชม. ทำการฆ่าเชื้อ/อาบน้ำ แล้ว swab เพื่อตรวจสอบเชื้อโรค หากพบว่าให้ผล(-) ก็สามารถเข้าฟาร์มได้ ส่วนคนภายในฟาร์มที่ออกไปภายนอกชั่วคราวกลับเข้ามาก็ต้องพัก 24 ชม. แล้วทำการฆ่าเชื้อ/อาบน้ำ แล้ว swab ตรวจแล้วรอผลเช่นกัน แต่ในสถานการณ์ที่เป็นโรค หรือในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นโรค จะไม่อนุญาตให้คนภายนอกเข้าฟาร์มเด็ดขาด ส่วนคนภายในหรือพนักงานฟาร์มห้ามเข้า-ออกฟาร์มเช่นเดียวกัน สำหรับมาตรการก่อนเข้าฟาร์ม (โซนเลี้ยงสัตว์) ไม่ว่าจะเป็นพนักงานฟาร์ม หรือคนภายนอกที่ได้รับการอนุญาตให้เข้าฟาร์มจำเป็นต้องมีการฆ่าเชื้ออีกครั้งแนะนำให้เป็นสเปร์หมอกเนื่องจากอนุภาคยาฆ่าเชื้อจะเล็กและกระจายทั่วตัว หลังจากนั้นอาบน้ำและเปลี่ยนชุด-รองเท้าสำหรับทำงานภายในฟาร์ม…
ไก่ขาเจ็บ เดินกะเผลก รบกวนใจในฟาร์มไก่ สาเหตุมาทั้งจากการจัดการหรือมาจากโรคติดเชื้อ แนวทางในการป้องกันและการรักษาควรทำอย่างไร เพื่อลดปัญหาในฟาร์มและเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงที่ดี ไก่ขาเจ็บป้องกันอย่างไร ประเด็นไก่ขาเจ็บในไก่เนื้อแยกออกเป็นปัญหาจากการจัดการ เช่น ปัญหาสิ่งปูรองนอน พื้นเปียกชื้น เป็นปัจจัยโน้มนำทำให้ไก่ขาเจ็บ อีกปัญหาหนึ่งคือเกิดจากการติดเชื้อ ทั้งจากโรคไวรัส,แบคทีเรียหรือมัยโคพลาสม่า ส่วนในไก่ไข่มักเกิดมาจากการติดเชื้อเป็นส่วนใหญ่ ส่วนการจัดการมักไม่เป็นปัจจัยปัญหาเนื่องจากปัจจัยในเรื่องของน้ำหนักตัวที่น้อยกว่า MS (Mycoplasma Synoviae) เป็นเชื้อมัยโคพลาสม่าที่มีขนาดเล็กกว่าแบคทีเรีย การติดเชื้อส่งผลให้เกิดอาการขาเจ็บในไก่ การป้องกันเชื้อนี้สามารถใช้วัคซีนเชื้อเป็นในการป้องกันปัญหาโดยนิยมทำวัคซีนในไก่ไข่ อีกปัจจัยหนึ่งคือระบบป้องกันโรค (Biosecurity) เป็นเครื่องมือหนึ่งในการป้องกันเชื้อเข้าสู่ตัวไก่ เราสามารถวิเคราะห์ปัญหาว่าเกิดจาก MS โดยดูจากระยะเวลาในการเกิดโรคโดยเป็นลักษณะที่เกิดอาการแบบไม่เฉียบพลัน รวมทั้งส่งตัวอย่างตรวจทางห้องปฏิบัติการ ในกรณีฟาร์มพบปัญหา MS ภายในฟาร์ม ถ้าในไก่ไข่มักพบปัญหาในช่วงไก่รุ่นซึ่งเป็นช่วงที่ยังไม่ให้ผลผลิตจึงสามารถใช้ยาในการรักษาการติดเชื้อได้ การเลือกใช้ยาควรเลือกใช้ยาที่มีความไวยาต่อเชื้อ เช่น tylosin tilmicosin โดยให้ยาต่อเนื่องอย่างน้อย 5 วันเพื่อประสิทธิภาพในการรักษา ส่วนไก่ที่มีอาการรุนแรงให้ทำการคัดทิ้งออกจากฝูง
การเฝ้าระวังสารพิษเชื้อราในวัตถุดิบอาหารสัตว์ By ศูนย์วิจัยและพัฒนาVRI ความเสี่ยงที่มักจะพบการปนเปื้อนของสารพิษจากเชื้อราในวัตถุดิบ พบว่าสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่แปลงเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว กระบวนการผลิต การเก็บรักษา ตลอดจนกระบวนการบรรจุและการขนส่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา และการสร้างสารพิษจากเชื้อรานั้นเกิดจากอุณหภูมิ ความชื้น และระยะเวลาของฤดูฝนที่ส่วนใหญ่มักเจอการปนเปื้อนของสารพิษจากเชื้อรามากกว่าฤดูอื่นๆ รวมทั้งการเกิดความเสียหายของวัตถุดิบ เช่น การแตกหักของวัตถุดิบส่งผลให้เกิดการเจริญเติบโตที่เพิ่มขึ้นของเชื้อรา สารพิษจากเชื้อรา เป็นสารเมทาบอไรต์ที่สร้างจากเชื้อรา เมื่ออยู่ในสภาวะของสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการสร้างสารพิษ นอกจากนี้เชื้อราแต่ละชนิดจะมีความจำเพาะในการสร้างสารพิษที่ ต่างกัน เช่น เชื้อราแอสเปอร์จิรัส (Aspergillus) จะมีความสามารถในการสร้างสารพิษอัลฟลาท็อกซิน (Aflatoxins) ได้สูง ในขณะที่เชื้อราในกลุ่มฟูซาเลี่ยม (Fusarium) มีความสามารถในการสร้างสารพิษพวก ซีราลีโนน (Zearalenone) และฟูโมเนนซิน (Fumonisins) ดังนั้นการคาดการณ์สารพิษจากเชื้อราในวัตถุดิบต่างๆ ที่มีโอกาสจะเกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งที่หน้าเฝ้าติดตาม ดังแสดงไว้ใน ตารางที่ 1
สรุปเนื้อหาจากงานสัมมนาออนไลน์ผ่าน Facebook Live หัวข้อ “จีนเปิดด่าน….โอกาสทองของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อไทย” วันที่ 18 มีนาคม 2564 เวลา 13.00-15.00 น. สถานที่ ลุงเชาวน์ฟาร์ม จ.สุพรรณบุรี โดย เอเอสพี รูมิแน้นท์ (ASP Ruminant), เครือเวทโปรกดักส์ ภาคผู้เลี้ยงและการรับซื้อเพื่อการส่งออก หัวข้อ “ความพร้อมของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อไทย และผู้ซื้อ – ผู้จำหน่ายในการส่งออก โคเนื้อ สู่ตลาดโลก” วิทยากร คุณเรวัต วัชราไทย และคุณกชกร วัชราไทย จากลุงเชาวน์ฟาร์ม ประเทศไทย จากกรณีที่มีการเปิดด่านประเทศจีนลาว คุณปุ้ยมองว่า ถึงแม้ว่าเดิมลุงเชาวน์ฟาร์มสามารถส่งออกต่างประเทศได้ตามปกติ แต่หลังโควิดครั้งนี้สถานการณ์ไม่เหมือนเดิมดูจากการที่จีนไปสร้างโรงเชือดมาตรฐานใหม่ถึง 2 แห่ง บ่งบอกถึงว่าจีนกำลังยกระดับมาตรฐานและใช้สินค้าที่มีมาตรฐานเท่านั้น มาตรฐานเดิมที่เรามีอาจไม่ได้ผลถ้าหากตัวแปรเปลี่ยนแปลงไปนั่นคือหากประเทศลาวมีการเปลี่ยนกฎเกณฑ์ที่สูงขึ้น เราต้องปรับตัวตามไปด้วย จากกรณีที่มีคำถามว่าราคาวัวในประเทศสูงขึ้น กินใช้กันในประเทศก็ไม่พอแล้วยังต้องส่งออกอีกหรือ? คุณปุ้ยมองว่าเป็นโอกาสของประเทศเรามากกว่าเพราะเรายิ่งมีช่องทางตลาดมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้เรามีความมั่นใจในการผลิตวัวต้นน้ำมากขึ้นเท่านั้น ร่วมกับสถานการณ์วัวนำเข้าก็มีราคาแพงและสถานการณ์ในประเทศข้างเคียงก็ยังไม่คงที่แต่มองว่าประเทศไทยเป็นจุดได้เปรียบที่สามารถเชื่อมโยงได้กับทุกประเทศ ทางลุงเชาวน์ฟาร์มเล็งเห็นถึงปัญหาจึงหันมาโฟกัสวัวต้นน้ำมากขึ้นโดยทำสายพันธุ์ลูกผสมบราห์มัน และลูกผสมสายพันธุ์ยุโรป เช่น…
รถ แหล่งของเชื้อโรคภายนอกฟาร์ม ป้องกันเชื้อเข้าฟาร์ม VPG Car Center ล้างรถยังงัยให้ปลอดเชื้อ!!! รถจับหมู รถขายหมู และรถภายนอกฟาร์ม เป็นช่องทางสำคัญของการนำเชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่ฟาร์มเรา ทำให้ต้องมีการจัดทำเป็น SOP การล้างรถ เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อที่อาจติดมากับรถให้หมดก่อนเข้าภายในฟาร์ม สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมีดังนี้ – สถานที่ล้างรถ มีทางเข้า-ออกแยกกัน ไม่ทำทางรถทับซ้อนให้รถที่ผ่านการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อแล้ววิ่งย้อนทับทางเดิมอีก และทำระบบระบายน้ำเสียเพื่อไม่ให้มีการไหลย้อนกลับเข้าไปบริเวณล้างรถหรือภายในฟาร์ม – กระบวนการล้างรถ เริ่มจากการฉีดล้างทำความสะอาดให้ทั่ว-ฉีดพ่นสารชะล้างให้ทั่วรถ ทิ้งไว้-ล้างด้วยน้ำให้สะอาดทั้งรถ และบริเวณพื้น-ทิ้งไว้ให้แห้ง-ตรวจสอบความสะอาดถ้าไม่ผ่านให้ทำการล้างอีกรอบ-หลังจากผ่านแล้วให้เข้าสู่ขั้นตอนการฆ่าเชื้อให้ทั่วภายนอกรถ ด้วยยาฆ่าเชื้อที่สามารถฆ่าเชื้อได้ ส่วนภายในรถส่วนของคนขับใช้เครื่อง ozone-ทิ้งไว้ให้แห้งและให้ยาฆ่าเชื้อได้ออกฤทธิ์ทำลายเชื้อโรคอย่างมีประสิทธิภาพ-ทำการตรวจสอบด้วยการ swab ยืนยัน และออกใบรับรองผล – คนขับรถ และคนรถ ก็ต้องมีกระบวนการในการฆ่าเชื้อ และการ swab ยืนยันผลเช่นเดียวกับรถ เพราะเป็นความเสี่ยงเช่นเดียวกัน – หลังเสร็จสิ้นการล้างรถประจำวัน ให้ทำการล้างฆ่าเชื้อ บริเวณล้างรถ และจัดทำโปรแกรมสุ่ม swab ทดสอบเชื้ออยู่เสมอ – รถที่ผ่านการล้างรถจากภายนอกฟาร์ม เมื่อมาถึงหน้าฟาร์มก็ต้องทำการฆ่าเชื้ออีกรอบ การล้างรถเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่กับเชื้อโรคแล้วไม่ง่าย!!! ต้องมีรายละเอียดและขั้นตอนที่ตรวจสอบได้ และมั่นใจว่ารถที่ผ่านการล้างรถและฆ่าเชื้อแล้ว ไม่นำเชื้อโรคเข้ามาสู่ฟาร์ม…