ทำไมต้องใช้โพรไบโอติก? การเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในปัจจุบันมีกำลังการผลิตเพิ่มมากขึ้นทำให้เอื้อต่อการเกิดโรคได้ง่าย เป็นสาเหตุให้มีแนวโน้มการใช้ยาปฏิชีวนะเพิ่มขึ้นทั้งในเชิงป้องกันและการรักษา แต่ในขณะเดียวกันเรื่องการตกค้างของยาปฏิชีวนะและการดื้อยานั้นส่งผลให้ผู้บริโภคตระหนักและให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งทางเลือกหนึ่งก็คือ โพรไบโอติก (Probiotic) ซึ่งก็คือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เมื่อสัตว์กินเข้าไปแล้วจะช่วยปรับสมดุลในลำไส้ให้มีจุลินทรีย์ที่ดีมากขึ้น และช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ตัวก่อโรค เช่น เชื้อซัลโมเนลล่า อีโคไล และคลอสตริเดียม นอกจากนี้แล้วยังช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ในลำไส้ให้สามารถย่อยอาหารได้ดียิ่งขึ้น และช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อต่อต้านเชื้อก่อโรคในระบบทางเดินอาหารอีกด้วย ดังนั้นการใช้โพรไบโอติกในสัตว์ปีกหรือสุกรนอกจากจะช่วยลดปัญหาโรคในระบบทางเดินอาหารแล้วยังส่งผลให้สัตว์เจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ในปัจจุบันมีการเลือกใช้จุลินทรีย์หลากหลายชนิด ยกตัวอย่างเช่น Lactobacillus, Enterococcus เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามผู้เลี้ยงจะต้องให้ความสำคัญกับการจัดการและการป้องกันโรคที่ดีภายในฟาร์มควบคู่ไปด้วยจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดและสามารถลดการใช้ยาปฏิชีวนะได้อย่างมีประสิทธิผล #จุลินทรีย์ #หมอรถหมอไก่ #iTACteam #Probiotic #ASP
ระบบน้ำไก่กินในฟาร์มเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ระบบการให้น้ำไก่ สิ่งใกล้ตัวที่อย่ามองข้าม เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อระบบทางเดินอาหารซึ่งเป็นโครงสร้างหลักที่นำไปสู่การเจริญเติบโต ให้ผลผลิต และเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ดังนั้นเพื่อให้ไก่ได้กินน้ำที่สะอาดปราศจากเชื้อก่อโรคควรมีระบบการฆ่าเชื้อน้ำภายในฟาร์ม เช่น การใช้คลอรีน และควรจะต้องดูแลความสะอาดของอุปกร ณ์และระบบให้น้ำด้วย โดยมีโปรแกรมการทำความสะอาดอุปกรณ์ทั้งถังสำรองน้ำหน้าโรงเรือนและระบบท่ออย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งและควรมีการไล่ท่อด้วยน้ำแรงดันสูงทุกครั้งภายหลังการให้ยาละลายน้ำ นอกจากนี้แล้วควรมีการตรวจสอบและดูแลความสะอาดของระบบกรองและอุปกรณ์ให้ยาวิตามินอย่างสม่ำเสมออีกด้วย #หมอไก่ #iTAC #Poultry #สัตว์ปีก
สุกรหย่านมที่จะผสม ควรจะเป็นสุกรหย่านมที่มีความสมบูรณ์พันธุ์เต็มที่ เสียน้ำหนักตัวน้อยจากเล้าคลอด ไม่ผอมเกินไป ไม่มีปัญหาหนองไหล เพื่อทำให้มีขนาดครอกที่ดก และอัตราการผสมติดดี แต่สำหรับสุกรหย่านมที่เสียน้ำหนักตัว ลักษณะผอมมากๆ แนะนำให้ทำการข้ามสัด (script heat) ไปผสมในรอบการเป็นสัดครั้งต่อไป และทำการปรับเพิ่มอาหารให้กับแม่สุกรเต็มที่ เพื่อความสมบูรณ์พันธุ์ที่เต็มที่ รองรับการผสมครั้งต่อไปได้เต็มศักยภาพ สำหรับฟาร์มที่มีการกำหนดกลุ่มผสมเอาไว้แล้ว และจำเป็นจะต้องพิจารณาผสมแม่สุกรดังกล่าว คงจะต้องประเมินถึงความคุ้มค่าสำหรับวิธีที่เลือก แต่สำหรับทีมงาน ITAC แนะนำให้ทำการ ข้ามสัด น่าจะเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดครับ
ลักษณะแบบนี้ หลายๆฟาร์มคงเห็นเป็นภาพชินตาในโรงเรือนอนุบาลกันแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สิ้นเปลืองอาหารและ FCR ในสุกรอนุบาลสูงขึ้นอย่างน่าเสียดาย FCR ที่สูงขึ้นเกิดจากเวลาลูกหมูออกจากรางอาหารมักจะคุ้ยอาหารออกมา และทำให้อาหารสกปรกจำเป็นต้องทิ้งแล้วเปลี่ยนใหม่ ลองสังเกตอาหารที่หกออกมานอกรางว่ามากน้อยแค่ไหน จากที่เห็นในรูปสาเหตุเกิดจาก รางอาหารใหญ่กว่าสุกรในช่วงนี้ แนวทางการแก้ไขเบื้องต้นคือให้อาหารให้น้อยๆแต่บ่อยครั้ง งดการใส่อาหารในรางอาหารสักระยะหนึ่ง มาใช้เป็นรางกลที่มีช่องไม่ใหญ่เกินไป เมื่อสุกรตัวใหญ่ขึ้นจึงมาให้อาหารในรางสาดอีกครั้งหนึ่ง ขอขอบคุณ ทีมวิชาการไอแทค