เอายังไงดี???กับปัญหาหมู(ชอบ)อึหน้าคอก!!!! ส้วมน้ำก็มี ท้ายคอกก็จัดเตรียมไว้ให้เป็นที่ขับถ่าย แล้วทำไมชอบมาอึมาเยี่ยวหน้าคอกล่ะคร้าบบบบบ??? เชื่อว่าบรรดาผู้เลี้ยงหมูต้องเคยตั้งคำถามทำนองนี้มาบ้างล่ะครับ เพราะอีกหนึ่งปัญหาชวนปวดขมับสำหรับโรงเรือนอนุบาลและขุน ก็คือเรื่องการจัดการกับอึหมูกองโตที่เหล่าหมูๆทั้งหลายในคอก พร้อมใจกันจัดหนักจัดเบามาให้เก็บกวาดทุกวันนี่ล่ะครับ ถ้าอย่างนั้นวันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหามาบอกให้ทราบครับ ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าพฤติกรรมการขับถ่ายของสุกรนั้นขึ้นกับปัจจัยอะไรบ้าง 1.ปัจจัยเรื่องแสงสว่าง จากการศึกษาเราพบว่า หมูมักขับถ่ายในที่ที่มีแสงสว่างมาก นั่นเป็นเหตุผลที่เราสร้างส้วมน้ำไว้ฝั่งผ้าม่านด้านข้างโรงเรือน 2.ปัจจัยเรื่องกลิ่น โดยหมูจะใช้การดมกลิ่นและขับถ่ายในที่ที่มีกลิ่นของฉี่หรืออึหมูอยู่ก่อนแล้ว 3.ปัจจัยเรื่องน้ำ เราพบว่าหมูชอบขับถ่ายในที่ที่เปียกชื้น ส้วมน้ำในปัจจุบันก็อาศัยหลักการนี้แหละครับ 4.ปัจจัยเรื่องการฝึกพฤติกรรม ช่วงสัปดาห์แรกหลังรับเข้าเป็นช่วงที่สุกรต้องเรียนรู้กับสภาพแวดล้อมใหม่ รวมถึงเรื่องการขับถ่ายด้วย 5.ปัจจัยเรื่องโครงสร้างและการออกแบบโรงเรือน ซึ่งจะมีผลต่อปัจจัยข้างต้น เช่น ตำแหน่งที่แสงแดดตกกระทบโรงเรือน ตำแหน่งการติดตั้งจุ๊บน้ำ(เกิดความชื้น) เป็นต้น ได้รู้สาเหตุแล้วก็ลองนำไปพิจารณาในฟาร์มของเราดูนะครับ ส่วนตอนหน้าจะพูดถึงวิธีการปรับพฤติกรรมการขับถ่ายของหมูครับ หมูเคยอึหน้าคอกไปแล้วจะแก้อย่างไร หมูลงใหม่เราจะปรับทัศนคติได้อย่างไร(555) ไว้เจอกันตอนหน้านะครับ
เอายังไงดี???กับปัญหาหมู(ชอบ)อึหน้าคอก!!!! ส้วมน้ำก็มี ท้ายคอกก็จัดเตรียมไว้ให้เป็นที่ขับถ่าย แล้วทำไมชอบมาอึมาเยี่ยวหน้าคอกล่ะคร้าบบบบบ??? เชื่อว่าบรรดาผู้เลี้ยงหมูต้องเคยตั้งคำถามทำนองนี้มาบ้างล่ะครับ เพราะอีกหนึ่งปัญหาชวนปวดขมับสำหรับโรงเรือนอนุบาลและขุน ก็คือเรื่องการจัดการกับอึหมูกองโตที่เหล่าหมูๆทั้งหลายในคอก พร้อมใจกันจัดหนักจัดเบามาให้เก็บกวาดทุกวันนี่ล่ะครับ ถ้าอย่างนั้นวันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหามาบอกให้ทราบครับ ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าพฤติกรรมการขับถ่ายของสุกรนั้นขึ้นกับปัจจัยอะไรบ้าง มาดูปัจจัยต่างๆที่ส่งผลกับปัญหานี้กันดีกว่าครับ เราจะได้หาวิธีการแก้ไขกัน 1.ปัจจัยเรื่องแสงสว่าง จากการศึกษาเราพบว่า หมูมักขับถ่ายในที่ที่มีแสงสว่างมาก นั่นเป็นเหตุผลที่เราสร้างส้วมน้ำไว้ฝั่งผ้าม่านด้านข้างโรงเรือน 2.ปัจจัยเรื่องกลิ่น โดยหมูจะใช้การดมกลิ่นและขับถ่ายในที่ที่มีกลิ่นของฉี่หรืออึหมูอยู่ก่อนแล้ว 3.ปัจจัยเรื่องน้ำ เราพบว่าหมูชอบขับถ่ายในที่ที่เปียกชื้น ส้วมน้ำในปัจจุบันก็อาศัยหลักการนี้แหละครับ 4.ปัจจัยเรื่องการฝึกพฤติกรรม ช่วงสัปดาห์แรกหลังรับเข้าเป็นช่วงที่สุกรต้องเรียนรู้กับสภาพแวดล้อมใหม่ รวมถึงเรื่องการขับถ่ายด้วย 5.ปัจจัยเรื่องโครงสร้างและการออกแบบโรงเรือน ซึ่งจะมีผลต่อปัจจัยข้างต้น เช่น ตำแหน่งที่แสงแดดตกกระทบโรงเรือน ตำแหน่งการติดตั้งจุ๊บน้ำ(เกิดความชื้น) เป็นต้น ได้รู้สาเหตุแล้วก็ลองนำไปพิจารณาในฟาร์มของเราดูนะครับ ส่วนตอนหน้าจะพูดถึงวิธีการปรับพฤติกรรมการขับถ่ายของหมูครับ หมูเคยอึหน้าคอกไปแล้วจะแก้อย่างไร หมูลงใหม่เราจะปรับทัศนคติได้อย่างไร(555) ไว้เจอกันตอนหน้านะครับ #ปัญหาหมูขี้หน้าคอก #มูลสุกร #อึไม่เป็นที่ #iTACTeam #สุกร #ตอบทุกโจทย์เรื่องปศุสัตว์
โรคผิวหนังอักเสบกรีสซีพิกโรคหรือขี้เรื้อนเปียกแฉะ (Greasy pig หรือ Exudative epidermatitis) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก Staphylococcus hyicus ซึ่งเป็นเชื้อประจำถิ่นที่วนเวียนอยู่ในฟาร์ม พบเจอเชื้ออยู่ตามผิวหนังสุกรได้เป็นปรกติอยู่แล้ว แต่จะเกิดโรคเมื่อมีบาดแผลและภูมิคุ้มกันน้อย ลูกหมูที่ได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่น้อย ก็จะแสดงอาการป่วยของโรค โดยสาเหตุที่ได้รับภูมิคุ้มกันน้อยอาจเกิดได้จาก แม่สาวภูมิคุ้มกันน้อยจากกระบวนการเตรียมสุกรสาวที่ไม่ได้มีการคลุกกับแม่นาง หรือแม่ขึ้นคลอดป่วยนมแห้งลูกสุกรเลยได้รับนมน้ำเหลืองน้อย โดยอาจเริ่มเห็นสุกรป่วยได้ตั้งแต่บนเล้าคลอดหรือภายในเล้าอนุบาล การรักษา ทำได้โดยการฉีดยา อะม็อกซี่หรือเพนนิซิลิน ร่วมกับการใช้ยาทาภายนอกเช่น โพวิโดนไอโอดีน(เบตาดีน) อาการเริ่มแรกเกิดขึ้นบริเวณใบหูก่อน หน้า และค่อยลามไปทั่วตัว เห็นไว รักษาไว จะได้ผลดีกว่า #greasypig #กรี๊ซซี่พิก #iTACteam #โรคในสุกร #ฟาร์มปศุสัตว์ #ตอบทุกโจทย์เรื่องปศุสัตว์
เจอแบบนี้ไม่ดีแน่! สัตว์พาหะ เป็นส่วนสำคัญที่ควรระวังในโรงงานอาหารสัตว์ เพราะสัตว์กลุ่มนี้สามารถนำพาเชื้อก่อโรคปนเปื้อนในอาหาร ส่งผลให้สัตว์เกิดโรคต่างๆได้ สัตว์พาหะที่พบได้ในโรงงาน ได้แก่ หนู นก แมลงสาป แมลงวัน สุนัข แมว เป็นต้น วิธีการแก้ไข ต้องเริ่มจาก 1.การฝึกอบรมให้มีความเข้าใจในการป้องกันสัตว์พาหะ 2.ควรมีมาตรการป้องกันหรือกำจัดสัตว์พาหะ ได้แก่ การใช้กล่องดักหนู การใช้ไฟล่อแมลงก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต 3.การจัดการพื้นที่บริเวณรอบโรงงานให้สะอาด เพื่อลดโอกาสแหล่งก่อให้เกิดสัตว์พาหะ #iTacTeam #สัตว์พาหะ #พาหะนำโรคในฟาร์ม #ปัญหาปศุสัตว์ #ตอบทุกโจทย์เรื่องปศุสัตว์
อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บรักษาวัคซีนอยู่ที่ 2 – 8 องศาเซลเซียส เพื่อทำให้วัคซีนคงสภาพของความสามารถในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างๆ ได้ดี แล้วท่านเคยติดตามและตรวจสอบอุณหภูมิของตู้เย็นบ้างหรือไม่? จากประสบการณ์การทำงานของทีม iTAC พบว่าฟาร์มสุกรหลายๆ แห่ง เมื่อเข้าไปตรวจสอบตู้เย็นที่ใช้เก็บรักษาวัคซีนพบว่าอุณหภูมิอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เหมาะสม บางแห่งอุณหภูมิที่แสดงบนหน้าจอไม่ตรงกับอุณหภูมิจริงที่อยู่ภายในตู้เย็น!! เช่น อยู่ในระดับอุณหภูมิที่ต่ำเกินไป ทำให้ ส่งผลต่อคุณภาพวัคซีนโดยตรง และเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้การระบบป้องกันโรคต่างๆ ในฟาร์มเกิดปัญหาขึ้นได้ อาทิเช่น เมื่อทำวัคซีนบางครั้งได้ผลดี บางครั้งก็เกิดปัญหาทั้งๆ ที่เป็นวัคซีนตัวเดิมจากผู้ผลิตรายเดิม ดังนั้นทางฟาร์มสุกร ควรจะต้องมีโปรแกรมการติดตามและตรวจสอบระดับอุณหภูมิของตู้เย็นเก็บวัคซีนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจว่าสามารถรักษาคุณภาพของวัคซีนได้ และมีประสิทธิภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันจากการทำวัคซีนต่างๆ ในฟาร์มของท่านเอง จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวกับปัญหาที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในฟาร์มสุกรของท่านเองครับ #วัคซีนปศุสัตว์ #ตอบทุกโจทย์เรื่องปศุสัตว์ #ใส่ใจเพิ่มอีกซักนิดเพื่อประสิทธิภาพที่ดีกว่า #iTACTeam #ทีมวิชาการ
ไรขี้เรื้อนเป็นโรคผิวหนังที่พบได้ทั่วไปในฟาร์มสุกร ที่ทำความเสียหายให้ทางฟาร์มแบบไม่รู้ตัว เช่น การเจริญเติบโตช้า การเกิดโรคแทรกซ้อนได้ การกินได้ลดลง และยังทำให้ผิวหนังไม่สวยงาม เป็นต้น วงจรชีวิตของไรชนิดนี้ประกอบไปด้วย 4 ระยะที่สำคัญคือ ไข่ ตัวอ่อน, ตัวกลางวัย, และตัวเต็มวัย เริ่มจากตัวเต็มวัยเพศผู้ และเพศเมียผสมพันธุ์กันและออกไข่ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปกระสวย จากนั้นไข่จะฟักออกเป็นตัวอ่อน ที่มีลักษณะเรียวยาวและมีขา 6 ขา ต่อมาตัวอ่อนจะลอกคราบกลายเป็นตัวกลางวัย ที่มี 8ขา ที่ระยะนี้ตัวกลางวัยจะลอกคราบอีก 2 ครั้งเพื่อกลายเป็นตัวเต็มวัย และพัฒนาต่อจนผสมพันธุ์ออกไข่ในรุ่นต่อไป วงจรชีวิตของไรชนิดนี้ใช้เวลาเพียง 3 สัปดาห์ในการพัฒนาจากไข่จนถึงตัวเต็มวัยที่สมบูรณ์พร้อมออกไข่ในรอบต่อไป ซึ่งถือว่าเป็นวงจรชีวิตที่สั้นมากๆและง่ายต่อการแพร่ขยายจำนวนเพื่อก่อโรคในสัตว์ เราขอแนะนำวิธีกำจัดไรขี้เรื้อนในฟาร์มอย่างไรให้ได้ผลมากที่สุด ทำความสะอาด เก็บขี้สุกร ปิดน้ำหยด และ เก็บอาหารออกให้เรียบร้อย ใช้ยาสารฆ่าแมลงที่นำมาใช้ในการรักษาโรคขี้เรื้อนสุกรมาเป็นเวลานาน ที่นิยมใช้กันและค่อนข้างได้ผล ได้แก่ ลินเดน ท็อกซาฟิน มาลาไทออน ไตรคลอร์ฟอน ไดอะซินอน ฟอสเมท และ ไอเวอร์เม็คติน ที่ใชผสมอาหารหรือฉีด ผสมยากับน้ำในอัตรา 1 ต่อ 100 และให้ผสมสีผสมอาหารด้วยจะได้เห็นว่าพ่นทั่วหรือเปล่า…