🐖🐔ราคาหมู สัตว์ปีก จีน ไทยและอาเชียน 22/1/23🌏 📈ภาพรวม ทรงตัว 🇨🇳จีน ราคา ขึ้น สาเหตุมาจาก 1.ใกล้เทศกาลตรุษจีน บริษัทหมูหลายบริษัทหยุดทำงานเนื่องจากทำแผนการจับขายได้สำเร็จแล้ว บริษัทขนส่ง และโรงเชือดก็เริ่มหยุดทำงาน ทำให้การขนส่งยากและราคาสูงขึ้น การอุปทานหมูเริ่มน้อยลง 2.ความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น แต่เนื่องจากบริษัทหมูขนาดใหญ่หยุดทำงาน โรงเชือดที่ยังทำงานในช่วงเวลานี้ ส่วนใหญ่ต้องรับหมูจากผู้เลี้ยงหมูหลังบ้านด้วยราคาที่สูงกว่า 3.คาดการณ์ว่าหลังตรุษจีนมีหมูที่รอจับขายค่อนข้างมาก ความต้องการของผู้บริโภคลดลง ราคาหมูอาจจะลดต่ำลง และรัฐบาลมีการเก็บสต๊อกหมูในช่วงเวลานั้นๆ เพื่อให้ราคาหมูมั่นคงและเสถียรภาพ 🔹️ลูกหมูน้ำหนัก 15 กก ตัวละ 530-600RMB (2,425-3,056 THB) 🔸️อัตราแลกเปลี่ยน 4.85 บาท/หยวน 🇻🇳หมูเวียดนาม ยืน ราคาปรับตามสถานการณ์ ของกำลังบริโภค 🔹️ราคาขายลูกหมู นน 7 กก. ราคา. (2,200-2,400 บาท.ต่อตัว 🔸️(1บาท = 700ดอง ) 🇱🇦หมูกัมพูชา ลง 1.มีการปรับราคาเพื่อให้ตามกำลังการบริโภค 🇲🇲หมูเมียนมาร์…

🐖🐔#อัพเดท ราคาหมู สัตว์ปีก จีน ไทยและอาเชียน 14/1/23🌏 📈ภาพรวม ทรงตัว 🇨🇳จีน ราคา ลง สาเหตุมาจาก สาเหตุมาจาก 1.ใกล้เทศกาลตรุษจีน ผู้เลี้ยงหมูส่วนใหญ่อยากที่จะขายหมูก่อนตรุษจีน และโฟกัสจับขายหมูในช่วงเวลานี้ บริษัทรายใหญ่หลายรายจึงเพิ่มความเร็วการจับขาย ทำให้หมูในตลาดเยอะเพียงพอ ยิ่งใกล้วันตรุษจีนดท่าไหร่เวลาค้าขายก็ยิ่งน้อยลง ผู้เลี้ยงหมูจึงต้องยอมขายในราคาต่ำ 2.อุปสงค์ความต้องการเทียบกับอุปทาน อุปทานมากกว่าความต้องการพอสมควร 3.โรงเชือดมีออเดอร์เยอะขึ้น และการรับซื้อหมูลดลงง่ายขึ้น 🔹️ลูกหมูน้ำหนัก 15 กก ตัวละ 530-600RMB (2,465 -3,105 THB) 🔸️อัตราแลกเปลี่ยน 4.93บาท/หยวน 🇻🇳หมูเวียดนาม ยืน ราคาปรับตามสถานการณ์ ของกำลังบริโภค 🔹️ราคาขายลูกหมู นน 7 กก. ราคา. (2,200-2,400 บาท.ต่อตัว 🔸️(1บาท = 700ดอง ) 🇱🇦หมูกัมพูชา ขึ้น 1.มีการปรับราคาเพื่อให้ตามกำลังการบริโภค 🇲🇲หมูเมียนมาร์ ขึ้น ราคาภาพรวมของปศุสัตว์…

🐖🐔ราคาหมู สัตว์ปีก จีน ไทยและอาเชียน 22/12/22🌏 📈ภาพรวม ลง 🇨🇳จีน ราคา ลง สาเหตุมาจาก จากข้อมูล zhuochuang ปริมาณการจับขายหมูเป็นของเดือนธันวาคมเทียบกับเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 17%-18% เป็นความต่างที่เพิ่มขึ้นระหว่างช่วงเวลาที่มากที่สุดภายในปีนี้ ณ วันที่ 17 ธันวาคม ราคาหมูเป็นเฉลี่ยอยู่ที่ 20.5 หยวน/กก. เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของเดือนพฤศจิกายนต่างกันอยู่ถึง 18.03% เนื่องจากใกล้เทศกาลปีใหม่และตรุษจีน ฟาร์มเลี้ยงหมูมีการเพิ่มปริมาณจับขายในช่วงเวลานี้ และรัฐบาลมีการปล่อยเนื่อหมูในสต๊อก ทำให้เนื้อหมูในตลาดมีจำนวนเยอะ แต่เนื่องจากการระบาดโควิดในหลายๆ ที่ คนจึงไม่ค่อยออกจากบ้านมาเพื่อจับจ่าย กระทบถึงการบริโภคของร้านอาหาร ความต้องการของผู้บริโภคน้อยลง และช่วงเทศกาลดองเนื้อของทางภาคใต้ซึ่งก็ยังมีอุปสงค์ไม่ดีก็ใกล้จะจบแล้ว ความต้องการดองเนื้อของปีนี้เทียบกับหลายๆ ปีที่ผ่านมาลดลงเกือบ 30% แม้ว่าเรื่องโควิดค่อยๆมีสถานการณ์ที่ดีขึ้นแล้ว แต่อุปสงค์การบริโภคยังถือว่าฟื้นตัวค่อนข้างช้า ซึ่งสต๊อกกับความต้องการไม่เท่ากันทำให้ราคาหมูต่ำลง 🔹️ลูกหมูน้ำหนัก 15 กก ตัวละ 600-680 RMB (2,994 -3,393 THB) 🔸️อัตราแลกเปลี่ยน 4.99 บาท/หยวน 🇻🇳หมูเวียดนาม ลง…

การกินได้ของแม่เลี้ยงลูก Key สำคัญที่กำหนดความดกในท้องถัดไป By ทีมวิชาการไอแทค ความดกหรือขนาดครอกใหญ่ (Large litter size) เป็นดัชนีผลผลิตที่สำคัญตัวหนึ่งในการชี้วัดประสิทธิภาพการผลิตของฟาร์ม เนื่องจากเป็นตัวเลขตั้งต้นของจำนวนลูกหมูหย่านมที่ฟาร์มจะผลิตได้ ซึ่งเป็นผลผลิตของฟาร์มแม่พันธุ์ และยังส่งผลกับต้นทุนลูกหมูหย่านมในการลงเลี้ยงของฟาร์มอนุบาล-ขุนอีกด้วย ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบัน ฟาร์มจึงให้ความสำคัญและต้องการเพิ่มดัชนีความดกนี้อยู่เสมอ ปัจจัยด้านพันธุกรรม หรือสายพันธุ์หมูที่ให้ลูกดก (Hyperprolific sow) แน่นอนว่าเป็นสิ่งสำคัญเริ่มต้น ที่จะช่วยพัฒนาและเพิ่มขนาดครอกให้กับฟาร์ม แต่การจะทำให้มีจำนวนลูกแรกคลอดสูงนั้น ยังต้องอาศัยปัจจัยด้านการจัดการที่ดี และถูกต้อง เพื่อจะผลักดันให้แม่สายพันธุ์ลูกดกเหล่านี้ แสดงศักยภาพออกมาได้เต็มที่มากที่สุด บทความนี้จึงขอยกปัจจัยด้านการจัดการหนึ่งตัว ที่มีผลกับการเพิ่มขนาดครอก นั่นคือ การกินได้ของแม่ในช่วงเลี้ยงลูก โดยกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการให้ลูกจำนวนมากขึ้นนั้น เป็นผลจากการเจริญเติบโตของไข่ (Folicle) ในช่วงระยะเลี้ยงลูก นั่นคือ การกินได้ของแม่เลี้ยงลูก (Feed Intake) มีผลกับการเพิ่มจำนวนไข่ที่พัฒนา และเพิ่มจำนวนไข่ที่มีขนาดใหญ่ (>4-6mm) ซึ่งด้วยกระบวนการนี้เอง ที่นำมาสู่ผลของจำนวนตกไข่ที่สูง และทำให้จำนวนลูกแรกคลอดสูงตามไปด้วย อ้างอิงผลการศึกษาถึงความสัมพันธ์ของปริมาณการกินได้ของแม่ช่วงเลี้ยงลูกกับขนาดครอกถัดไป พบว่าทั้งสองปัจจัย มีความสัมพันธ์เชิงบวก กล่าวคือ เมื่อแม่หลังคลอดกินอาหารได้เยอะ จะส่งผลให้จำนวนลูกในครอกถัดไปเพิ่มขึ้น ดังแผนภาพนี้ * (A. V. Strathe1,…

🐖🐔ราคาหมู สัตว์ปีก จีน ไทยและอาเชียน 17/12/22🌏 📈ภาพรวม ลง 🇨🇳จีน ราคา ลง สาเหตุมาจาก จีนกำลังมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการป้องกันโควิดให้มีความเข้มงวดลดน้อยลงส่งผลดีต่อการขนส่งสินค้า ทว่าเทศกาลตรุษจีนของปีนี้ค่อนข้างใกล้ช่วงปีใหม่ ทำให้ช่วงระยะเวลาที่การค้าขายดีมีค่อนข้างสั้น บริษัทเลี้ยงหมูมีการเพิ่มปริมาณจับขายอย่างมาก และผู้เลี้ยงหมูส่วนใหญ่ต้องอยากขายหมูในช่วงโอกาสนี้ ทำให้มีปรากฏการณ์ที่แย่งขายหมูเกิดขึ้น ทำให้หมูในตลาดมีมากกว่าความต้องการ ราคาหมูจึงปรากฏแนวโน้มลดลง 🔹️ลูกหมูน้ำหนัก 15 กก ตัวละ 660-750 RMB (3,293-3,742 THB) 🔸️อัตราแลกเปลี่ยน 4.99 บาท/หยวน 🇻🇳หมูเวียดนาม ยืน ราคาปรับตามสถานการณ์ ของกำลังบริโภค 🔹️ราคาขายลูกหมู นน 7 กก. ราคา. (2,200-2,400 บาท.ต่อตัว 🔸️(1บาท = 700ดอง ) 🇱🇦หมูกัมพูชา ลง 1.มีการปรับราคาเพื่อให้ตามกำลังการบริโภค 🇲🇲หมูเมียนมาร์ ยืน ขึ้นลง บางพื้นที่ ราคาภาพรวมของปศุสัตว์ ราคาหมูปรับขึ้นเล็กน้อย ส่วนราค่ไก่เนื้อและไข่ไก่ทรงตัว…

“ลูกหมูช่วงหลังหย่านม” จุดวิกฤติที่ต้องจัดการให้ดี หลังจากลูกหมูหย่านมถือเป็นช่วงวิกฤติที่มักเกิดปัญหาขึ้น จนนำไปสู่ความสูญเสียได้มากหรือน้อย ขึ้นกับการรับมือและจัดการที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่าง ที่มากระทบกับตัวลูกหมู ได้แก่ เปลี่ยนแปลงเรื่องการกิน จากที่เคยกินนมแม่ก็เปลี่ยนเป็นกินอาหาร เปลี่ยนสภาพการเป็นอยู่ จากที่เคยอยู่กับแม่ ได้รับความอบอุ่นจากแม่ แต่พอลงมาที่เล้าอนุบาลต้องมาเจอพื้นแข็งๆเย็นๆ ที่อาจจะไม่มีแผ่นรองนอนไม่มีไฟกกเพื่อเพิ่มความอบอุ่นในบางฟาร์ม เปลี่ยนสังคมจากการที่เคยอยู่แต่กับเฉพาะพี่น้องคอกเดียวกัน แต่กับต้องมาอยู่กับตัวอื่นที่มาจากคอกอื่น เปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย มีการเจริญเติบโตรวดเร็วขึ้น และระบบต่างๆ มีการพัฒนาสมบูรณ์มากขึ้นโดยเฉพาะระบบทางเดินอาหารและระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อเราทราบและเข้าใจการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ จึงนำมาสู่หลักการเลี้ยงและการจัดการที่จะทำให้ลูกหมูผ่านพ้นช่วงช่วงวิกฤติหลังหย่านมไปได้อย่างดี เกิดปัญหาหรือความสูญเสียได้น้อย เป้าหมายสำคัญของ “การจัดการในช่วงหลังหย่านม หรือ ลงเลี้ยงอนุบาล 7 วันแรก” คือ ลูกสุกรต้องไม่ป่วย ไม่โทรม ไม่ทรุด การกินได้ไม่มีสะดุด ไม่มีการชะงักการโต ไม่มีลำไส้อักเสบท้องเสีย โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การกระตุ้นการกินได้ของลูกหมู ให้สามารถกินได้พอเพียงต่อความต้องการ ซึ่งก็คือ การกินได้ตามเป้าการกินที่กำหนดไว้  ในหลายๆฟาร์มมักจะพบปัญหาลูกหมูลงเลี้ยงแล้วกินอาหารได้น้อย ต่ำกว่าเป้าการกิน ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อสุขภาพ เนื่องจากพลังงานไม่เพียงพอต่อการสร้างภูมิคุ้มกันและต่อสู้กับเชื้อโรคที่เข้ามา ทำให้ลูกหมูป่วยและสูญเสียในช่วงนี้ และในส่วนของการเจริญเติบโต ลูกหมูจะเกิดภาวะ Setback คือ ชะงักการโต หรืออาจจะมีบางส่วนสูญเสียน้ำหนัก ผอมลงไปได้ด้วย สำหรับการจัดการสำคัญในช่วงวิกฤติหลังลงใหม่ 7…

Page 26 of 38 1 24 25 26 27 28 38

For customer 02-937-4888

Vet Products Group Logo