#วัคซีนASF ในปัจจุบัน และผลเป็นอย่างไร ไปดูกัน วัคซีน ASF เริ่มศึกษา ปี1960 แต่ยังไม่สำเร็จเท่าที่ควร  เพราะความซับซ้อนของตัวเชื้อเอง ที่มีหลาย  Serotype และหลาย Genotype ขนาดตัวเชื้อ ที่ใหญ่มาก ทำให้การ ค้นหาส่วนสำคัญที่จะเอามาผลิตเป็นวัคซีนที่ปลอดภัยและป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นยากมาก และการเพาะเลี้ยงเชื้อนอกตัวสัตว์ก็ยากมากอีกเช่นกัน (ล่าสุด USDA ให้ข่าวว่า สามารถผลิตเซลล์เลี้ยงเชื้อนอกตัวสัตว์ที่ใช้งานได้ดีสำเร็จแล้ว) ปัจจุบันมีการศึกษาวัคชีนตามนี้ 1.วัคซีนเชื้อตาย ศึกษามาตั้งแต่ปี 1960 นอกจากไม่มีผลช่วยป้องกันการติดเชื้อแล้ว ผลการทดลอง กลับพบว่าหมูติดเชื้อได้เร็วและรุนแรงขึ้นอีกด้วย สรุปไม่ประสบความสำเร็จ 2.วัคซีนเชื้อเป็น 2.1 เชื้อเป็นอ่อนแรงแบบดั้งเดิม คือเอาเชื้อมาทั้งตัวทำให้อ่อนแอลง (โรคหลายๆโรคสามารถทำแบบนี้ได้สำเร็จ) ผลการทดลอง ยังไม่สำเร็จ เพราะผลหลากหลายมาก ในการป้องกันโรค  มีผลข้างเคียงที่รุนแรง ไม่ต่างกับติดเชื้อจากธรรมชาติ และ กลับไปแพร่เชื้อได้อีก สรุปคือไม่สำเร็จ   จีนสั่งห้ามทำวัคซีนแบบนี้แล้ว!! 2.2 วัคซีนเชื้อเป็น แบบตัดต่อยีนที่ก่อโรคบางส่วนออกไป แล้วนำมาทำวัคชีน ในหลายประเทศ ทั้งจีน อเมริกา เวียดนาม จะใช้วิธนี้ …

จัดการไม่ดีเชื้อวนเวียนไม่จบ การจัดการภายในโรงเรือน และของเสีย ในช่วงเกิดโรค ที่นี่มีคำตอบ!!! เมื่อเกิดโรคระบาดขึ้นแล้วสิ่งสำคัญที่ต้องทำทันทีคือ หยุดกิจกรรมต่างๆ ในโรงเรือนเช่น หยุดการผสม เชคสัด ในโรงเรือนอุ้มท้อง เป็นต้น หรือหยุดโปรแกรมต่างๆ ที่ทำกับลูกสุกรแรกคลอด/คลอดใหม่ ในโรงเรือนคลอดเป็นต้น เพื่อลดการสัมผัส ซึ่งเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งในการแพร่กระจายของเชื้อ คน/พนักงานฟาร์มต้องอยู่ในโรงเรือนตลอดเวลา ไม่ข้ามไปมาระหว่างโรงเรือน ทำได้เฉพาะการให้อาหารและเก็บกวาดมูล สำหรับโรงเรือนที่มีการระบาดของโรคเกิดขึ้นและสงบแล้วโดยตรวจสอบโดยให้ผล (-) จากการตรวจหาเชื้อโดยวิธี PCR อย่างน้อย 1-2 เดือน ทั้งนี้ให้ฟาร์มพิจารณาร่วมกับที่ปรึกษาฟาร์มในการกลับมามีกิจกรรมได้ตามปกติ โดยรูปแบบ new normal ในการลดการสัมผัสตัวสุกร หรือมีการสัมผัสให้น้อยที่สุด โดยใช้อุปกรณ์ หรือ เทคโนโลยีอื่น ๆ เข้าช่วย เช่น อุปกรณ์จับลูกสุกร สเปร์ยกลิ่นพ่อ เป็นต้น แต่กระบวนการฆ่าเชื้อในโรงเรือนยังต้องเข้มงวดเหมือนเดิม อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญคือ เชื้อ ASF มีความทนต่อสภาพแวดล้อมสามารถอยู่ได้นานเป็นเดือน ต้องมีการจัดการของเสียและขยะที่เหมาะสม ในฟาร์มมีของเสีย 2 รูปแบบคือ 1.ของเสียที่เกิดจากสัตว์เช่น มูล ฉี่ 2.ของเสียที่ไม่ได้มาจากตัวสัตว์เช่น…

สารพิษเชื้อราไหน ร้ายแรงงงเว่อร์!!! สารพิษจากเชื้อราที่มีปนเปื้อนในอาหารเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องตระหนัก และมีอันตรายต่อประสิทธิภาพและสุขภาพของสัตว์ เราพบว่าสารพิษจากเชื้อรามากกว่า 1 ชนิด จะส่งผลกระทบต่อสัตว์ที่รุนแรงกว่าเดิม อาการป่วยที่ปรากฎบางครั้งจะไม่เหมือนกับสัตว์ได้รับสารพิษแค่ชนิดเดียว ซึ่งเป็นการยากในการที่จะวินิจฉัยโรคได้ และโอกาสเกิดโรคอื่นๆ ตามมาก็จะเป็นไปได้สูง ดังนั้น VPG ขอยกตัวอย่างความร้ายแรงของสารพิษจากเชื้อราเมื่อมีการเสริมฤทธิ์กันในสุกรและสัตว์ปีก ดังนี้ ในสุกร หากสุกรได้รับสารพิษจากเชื้อรา Deoxynivalenol (DON) ร่วมกับ Fumonisin B1 (FB1) เกิดการเสริมฤทธิ์กัน ทำให้ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารที่รุนแรงมากขึ้น เสริมให้ลำไส้ทำงานผิดปกติหลายส่วน ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ความเป็นพิษที่เกิดขึ้นยังส่งผลให้สุกรเกิดการติดเชื้อและเกิดการอักเสบที่ลำไส้ หากสุกรได้รับสารพิษจากเชื้อรา Deoxynivalenol (DON) ร่วมกับ Zearalenone ในปริมาณการปนเปื้อนระดับต่ำที่ไม่มีผลกระทบรุนแรงต่อสุกร กลับพบว่าสารพิษจากเชื้อราทั้งสองชนิดสามารถสริมฤทธิ์กัน ทำให้เกิดผลกระทบต่ออัตราการเจริญเติบโต และหากสุกรได้รับสารพิษ Deoxynivalenol (DON) ร่วมกับสารพิษจากเชื้อรากลุ่ม Aflatoxins ในปริมาณการปนเปื้อนระดับต่ำที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุกรเช่นกัน พบว่าสารพิษจากเชื้อราทั้งสองชนิดเสริมฤทธิ์กันจนเกิดผลกระทบต่อการเจริญเติบโต ระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดการอักเสบและเกิดความเสียหายที่ตับได้ ทั้งสุกรและสัตว์ปีกได้รับสารพิษกลุ่ม Aflatoxins ร่วมกับ Fumonisin B1 จะพบว่าเกิดการเสริมฤทธิ์กันจนทำให้เกิดความรุนแรงมากกว่าการได้รับสารพิษชนิดเดียว ในไก่พบการเกิดรอยโรคที่ตับ ตับมีลักษณะซีดเหลือง และยังส่งผลต่อคุณภาพของไข่ไก่ด้วย…

คน!!! หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่จะนำเชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่ฟาร์ม ไม่ยากแต่ขอให้ทำจริง จัดการอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ไปดูกันเลย…..   นอกจากรถแล้ว คนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เสี่ยงต่อการนำเชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่ฟาร์ม และมักเป็นปัจจัยที่ถูกมองข้ามเสมอ เพราะคิดว่าไม่เสี่ยง เช่น ช่าง/คนงานก่อสร้าง พนักงานภายในฟาร์มออกไปข้างนอกชั่วคราว เป็นต้น หากเราไม่เข้มงวดในการจัดการก็จะเป็นความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทันที และเมื่อจะกลับมาเข้มงวดภายหลังก็ไม่ทันซะแล้ว คนที่เกี่ยวข้องก็จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ คนภายใน/พนักงานฟาร์ม  และคนภายนอก(ผู้เข้าเยี่ยมฟาร์ม) การจัดการก็จะแตกต่างกันไป สำหรับคนภายนอก ในช่วงที่สถานการณ์ยังปกติ พื้นที่ใกล้เคียงยังไม่มีโรคเกิดขึ้น ยังสามารถเข้าฟาร์มได้โดยต้องแจ้งก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ภายใน3วันก่อนเข้าฟาร์มต้องไม่มีประวัติไปจุดเสี่ยง ต้องกรอกข้อมูล และก่อนเข้าฟาร์มต้องกักอยู่ภายในเขตฟาร์มอย่างน้อย 24 ชม. ทำการฆ่าเชื้อ/อาบน้ำ แล้ว swab เพื่อตรวจสอบเชื้อโรค หากพบว่าให้ผล(-) ก็สามารถเข้าฟาร์มได้ ส่วนคนภายในฟาร์มที่ออกไปภายนอกชั่วคราวกลับเข้ามาก็ต้องพัก 24 ชม. แล้วทำการฆ่าเชื้อ/อาบน้ำ แล้ว swab ตรวจแล้วรอผลเช่นกัน แต่ในสถานการณ์ที่เป็นโรค หรือในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นโรค จะไม่อนุญาตให้คนภายนอกเข้าฟาร์มเด็ดขาด ส่วนคนภายในหรือพนักงานฟาร์มห้ามเข้า-ออกฟาร์มเช่นเดียวกัน สำหรับมาตรการก่อนเข้าฟาร์ม (โซนเลี้ยงสัตว์) ไม่ว่าจะเป็นพนักงานฟาร์ม หรือคนภายนอกที่ได้รับการอนุญาตให้เข้าฟาร์มจำเป็นต้องมีการฆ่าเชื้ออีกครั้งแนะนำให้เป็นสเปร์หมอกเนื่องจากอนุภาคยาฆ่าเชื้อจะเล็กและกระจายทั่วตัว หลังจากนั้นอาบน้ำและเปลี่ยนชุด-รองเท้าสำหรับทำงานภายในฟาร์ม…

สารพิษจากเชื้อรา สิ่งที่มองไม่เห็นแต่มีอยู่จริง!!! กับเชื้อราในสุกร ? by : ศูนย์วิจัยและพัฒนาVRI สารพิษจากเชื้อรา หนึ่งในภัยเงียบที่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ในปัจจุบัน สารพิษจากเชื้อรา หรือ Mycotoxins เป็นสารพิษธรรมชาติที่สร้างจากเชื้อรา มักพบการปนเปื้อนของสารพิษจากเชื้อราในผลผลิตทางการเกษตรที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาหารของมนุษย์และสัตว์ ภายใต้สภาวะอุณหภูมิ ความชื้นและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจะสามารถพบการปนเปื้อนสารพิษดังกล่าวได้ง่าย สารพิษจากเชื้อรายังก่อให้เกิดความเสียหายต่อการส่งออก เกิดการสูญเสียด้านคุณภาพของผลผลิต อีกทั้ง สารพิษจากเชื้อรายังส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์โดยตรงอีกด้วย เช่น ในสุกรและสัตว์ปีก เป็นต้น สารพิษจากเชื้อราที่มักก่อปัญหาในปัจจุบัน ประกอบด้วย อะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin), ออคราท็อกซิน เอ (Ochratoxin A), ทีทูท็อกซิน (T-2 toxin) , ดีอ๊อกซี่นิวาลีนอล (Deoxynivalenol: DON), ฟูโมนิซิน (Fumonisins FB1, FB2), ซีราลีโนน (Zearalenone) และ เออร์กอต อัลคาลอยด์ (Ergot alkaloids) ในบทความนี้ VPG ขอยกตัวอย่างผลกระทบของสารพิษจากเชื้อราดังกล่าวที่มีผลต่อสุกร ให้ผู้อ่านได้เข้าใจโดยสังเขป ผลกระทบของสารพิษจากเชื้อราในสุกร ตับ :…

ติดปีกให้ฟาร์มปศุสัตว์ #ยา/สารฆ่าเชื้อ และอุปกรณ์ ของมันต้องมี ในสภาวะการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคในฟาร์ม สิ่งที่ฟาร์มต้องเตรียมพร้อมไว้คือ ยา/สารฆ่าเชื้อ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้สำหรับภาวะฉุกเฉินหากบังเอิญโรคเข้ามา เปรียบเสมือนเตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์ไว้ทำสงครามต่อต้านกับผู้รุกรานในที่นี้คือ ASF นั่นเอง สำหรับยา/สารฆ่าเชื้อ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ ต้องเป็นยา/สารฆ่าเชื้อที่ได้รับการรับรองว่าฆ่าเชื้อ ASF ได้ ด้วยวิธีการตามมาตรฐานของ OIE เช่น กลุ่ม Potassium  Peroxy monosulphate (Oxipro®) เป็นต้น จากนั้นต้องมีการจัดทำคู่มือ SOP ระบุจุดการใช้ ปริมาณ ความเข้มข้นให้ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังต้องทราบปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพของการฆ่าเชื้อได้แก่ – ปริมาณของเชื้อโรค                         -สภาพพื้นผิวที่จะฆ่าเชื้อ – ระยะเวลาในการฆ่าเชื้อ                    -ความเข้มข้นของยา/สารฆ่าเชื้อ – ชนิดของเชื้อโรค                               -สภาพความเป็นกรด-ด่างของยา/สารฆ่าเชื้อ –…

Page 37 of 42 1 35 36 37 38 39 42

For customer 02-937-4888

Vet Products Group Logo