วิเคราะห์การปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อรา รู้ยังไงว่าแม่น!!!   วิธีการทดสอบการปนเปื้อนของสารพิษจากเชื้อราในอาหารหรือวัตถุดิบอาหารสัตว์นั้น มีการทดสอบหลายประเภท โดยมีทั้งแบบการตรวจเชิงปริมาณและการตรวจเชิงคุณภาพ เทคนิคที่นิยมใช้ในการทดสอบ สามารถเรียงลำดับตามความแม่นยำจากน้อยไปมากได้แก่ (1) Mycotoxin Test Strips เป็นการตรวจแบบเชิงคุณภาพเท่านั้น โดยจะแสดงผลแค่ บวก หรือ ลบ (2) กึ่ง Strips เป็นการตรวจเชิงคุณภาพ และสามารถบอกปริมาณการปนเปื้อนได้คร่าวๆเท่านั้น (3) เทคนิคการตรวจวิเคราะห์แบบ ELISA หรือ Enzyme-linked immunosorbent assay เป็นเทคนิคที่ใช้หลักการทางภูมิคุ้มกันในการวิเคราะห์ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง สามารถบอกได้ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพให้ผลการตรวจสอบที่ถูกต้องแม่นยำและมีความจำเพาะสูง ค่าใช้จ่ายไม่แพง (4) เทคนิคที่ใช้ในงานทางด้านการวิจัยคือ เทคนิค HPLC หรือ LC-MS ซึ่งเป็นเทคนิคที่มีค่าใช้จ่ายที่สูง แต่ก็มีความแม่นยำที่สูงมากเช่นกัน ซึ่งเทคนิคนี้สามารถบอกได้ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ปัจจุบันทางศูนย์วิจัย VRI ได้ทำการทดสอบการปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อราในวัตถุดิบและอาหารสัตว์ร่วมกับสารมาตรฐานควบคู่กันไปด้วยทุกครั้ง หรือเรียกว่าการทำ standard curve ซึ่งถือว่าเป็นการทดสอบเพื่อวัดความถูกต้องและวัดความแม่นยำของเทคนิคการวิเคราะห์ โดยค่าที่ได้จะรายงานออกมาในรูปค่า R-squared (R2) ซึ่งหากค่า R2 มีค่าเข้าใกล้…

แอลฟีคอล วี1 ผลิตภัณฑ์สินค้ากลุ่มน้ำยาฆ่าเชื้อ ที่ถูกพัฒนาเพื่อให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานจริงในฟาร์ม อีกทั้งสามารถใช้งานได้กับพื้นผิว อุปกรณ์ ยานพาหนะ น้ำและอากาศภายในฟาร์ม เพื่อสำหรับควบคุมเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ในฟาร์มเลี้ยงสุกร สัตว์ปีก สัตว์น้ำและสัตว์เคี้ยวเอื้อง ผลิตด้วยองค์ประกอบที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาจาก ASP โดยองค์ประกอบหลัก คือ กลูตารัลดีไฮด์  ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อสูง มีความคงตัวสูง และทนต่อสารอินทรีย์และความกระด้างในน้ำ และ ควอท เจนเนอเรชั่น 1.0 ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ที่ช่วยเสริมฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ ผลิตภัณฑ์แอลฟีคอล วี1 จึงเหมาะสำหรับใช้ทำความสะอาดฟาร์มเลี้ยงสัตว์ทั้งสุกร สัตว์ปีก สัตว์น้ำและสัตว์เคี้ยวเอื้อง โดยคุณสมบัติทั้งหมดจะช่วยควบคุมปริมาณเชื้อก่อโรค และป้องกันความเสียหายในฟาร์มเลี้ยงสัตว์หรือโรงพยาบาลสัตว์อย่างมีประสิทธิภาพ   #Alphecon-V1 #Disinfectant #Glutaraldehyde #Quat generation 1.0 #FMD #Avianinfluenza #ASP #Animalsupplementandpharmaceutical #แอลฟีคอลวี1 #น้ำยาฆ่าเชื้อ # กลูตารัลดีไฮด์ #ควอท เจน 1.0#ปากเท้าเปื่อย #ไข้หวัดนก#เอเอสพี #แอนิมัลซัพพลีเมนท์แอนด์ฟาร์มาซูตคิอล

สารพิษเชื้อราไหน ร้ายแรงงงเว่อร์!!! สารพิษจากเชื้อราที่มีปนเปื้อนในอาหารเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องตระหนัก และมีอันตรายต่อประสิทธิภาพและสุขภาพของสัตว์ เราพบว่าสารพิษจากเชื้อรามากกว่า 1 ชนิด จะส่งผลกระทบต่อสัตว์ที่รุนแรงกว่าเดิม อาการป่วยที่ปรากฎบางครั้งจะไม่เหมือนกับสัตว์ได้รับสารพิษแค่ชนิดเดียว ซึ่งเป็นการยากในการที่จะวินิจฉัยโรคได้ และโอกาสเกิดโรคอื่นๆ ตามมาก็จะเป็นไปได้สูง ดังนั้น VPG ขอยกตัวอย่างความร้ายแรงของสารพิษจากเชื้อราเมื่อมีการเสริมฤทธิ์กันในสุกรและสัตว์ปีก ดังนี้ ในสุกร หากสุกรได้รับสารพิษจากเชื้อรา Deoxynivalenol (DON) ร่วมกับ Fumonisin B1 (FB1) เกิดการเสริมฤทธิ์กัน ทำให้ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารที่รุนแรงมากขึ้น เสริมให้ลำไส้ทำงานผิดปกติหลายส่วน ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ความเป็นพิษที่เกิดขึ้นยังส่งผลให้สุกรเกิดการติดเชื้อและเกิดการอักเสบที่ลำไส้ หากสุกรได้รับสารพิษจากเชื้อรา Deoxynivalenol (DON) ร่วมกับ Zearalenone ในปริมาณการปนเปื้อนระดับต่ำที่ไม่มีผลกระทบรุนแรงต่อสุกร กลับพบว่าสารพิษจากเชื้อราทั้งสองชนิดสามารถสริมฤทธิ์กัน ทำให้เกิดผลกระทบต่ออัตราการเจริญเติบโต และหากสุกรได้รับสารพิษ Deoxynivalenol (DON) ร่วมกับสารพิษจากเชื้อรากลุ่ม Aflatoxins ในปริมาณการปนเปื้อนระดับต่ำที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุกรเช่นกัน พบว่าสารพิษจากเชื้อราทั้งสองชนิดเสริมฤทธิ์กันจนเกิดผลกระทบต่อการเจริญเติบโต ระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดการอักเสบและเกิดความเสียหายที่ตับได้ ทั้งสุกรและสัตว์ปีกได้รับสารพิษกลุ่ม Aflatoxins ร่วมกับ Fumonisin B1 จะพบว่าเกิดการเสริมฤทธิ์กันจนทำให้เกิดความรุนแรงมากกว่าการได้รับสารพิษชนิดเดียว ในไก่พบการเกิดรอยโรคที่ตับ ตับมีลักษณะซีดเหลือง และยังส่งผลต่อคุณภาพของไข่ไก่ด้วย…

คน!!! หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่จะนำเชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่ฟาร์ม ไม่ยากแต่ขอให้ทำจริง จัดการอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ไปดูกันเลย…..   นอกจากรถแล้ว คนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เสี่ยงต่อการนำเชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่ฟาร์ม และมักเป็นปัจจัยที่ถูกมองข้ามเสมอ เพราะคิดว่าไม่เสี่ยง เช่น ช่าง/คนงานก่อสร้าง พนักงานภายในฟาร์มออกไปข้างนอกชั่วคราว เป็นต้น หากเราไม่เข้มงวดในการจัดการก็จะเป็นความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทันที และเมื่อจะกลับมาเข้มงวดภายหลังก็ไม่ทันซะแล้ว คนที่เกี่ยวข้องก็จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ คนภายใน/พนักงานฟาร์ม  และคนภายนอก(ผู้เข้าเยี่ยมฟาร์ม) การจัดการก็จะแตกต่างกันไป สำหรับคนภายนอก ในช่วงที่สถานการณ์ยังปกติ พื้นที่ใกล้เคียงยังไม่มีโรคเกิดขึ้น ยังสามารถเข้าฟาร์มได้โดยต้องแจ้งก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ภายใน3วันก่อนเข้าฟาร์มต้องไม่มีประวัติไปจุดเสี่ยง ต้องกรอกข้อมูล และก่อนเข้าฟาร์มต้องกักอยู่ภายในเขตฟาร์มอย่างน้อย 24 ชม. ทำการฆ่าเชื้อ/อาบน้ำ แล้ว swab เพื่อตรวจสอบเชื้อโรค หากพบว่าให้ผล(-) ก็สามารถเข้าฟาร์มได้ ส่วนคนภายในฟาร์มที่ออกไปภายนอกชั่วคราวกลับเข้ามาก็ต้องพัก 24 ชม. แล้วทำการฆ่าเชื้อ/อาบน้ำ แล้ว swab ตรวจแล้วรอผลเช่นกัน แต่ในสถานการณ์ที่เป็นโรค หรือในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นโรค จะไม่อนุญาตให้คนภายนอกเข้าฟาร์มเด็ดขาด ส่วนคนภายในหรือพนักงานฟาร์มห้ามเข้า-ออกฟาร์มเช่นเดียวกัน สำหรับมาตรการก่อนเข้าฟาร์ม (โซนเลี้ยงสัตว์) ไม่ว่าจะเป็นพนักงานฟาร์ม หรือคนภายนอกที่ได้รับการอนุญาตให้เข้าฟาร์มจำเป็นต้องมีการฆ่าเชื้ออีกครั้งแนะนำให้เป็นสเปร์หมอกเนื่องจากอนุภาคยาฆ่าเชื้อจะเล็กและกระจายทั่วตัว หลังจากนั้นอาบน้ำและเปลี่ยนชุด-รองเท้าสำหรับทำงานภายในฟาร์ม…

ไก่ขาเจ็บ เดินกะเผลก รบกวนใจในฟาร์มไก่ สาเหตุมาทั้งจากการจัดการหรือมาจากโรคติดเชื้อ แนวทางในการป้องกันและการรักษาควรทำอย่างไร เพื่อลดปัญหาในฟาร์มและเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงที่ดี   ไก่ขาเจ็บป้องกันอย่างไร ประเด็นไก่ขาเจ็บในไก่เนื้อแยกออกเป็นปัญหาจากการจัดการ เช่น ปัญหาสิ่งปูรองนอน พื้นเปียกชื้น เป็นปัจจัยโน้มนำทำให้ไก่ขาเจ็บ อีกปัญหาหนึ่งคือเกิดจากการติดเชื้อ ทั้งจากโรคไวรัส,แบคทีเรียหรือมัยโคพลาสม่า ส่วนในไก่ไข่มักเกิดมาจากการติดเชื้อเป็นส่วนใหญ่ ส่วนการจัดการมักไม่เป็นปัจจัยปัญหาเนื่องจากปัจจัยในเรื่องของน้ำหนักตัวที่น้อยกว่า MS (Mycoplasma Synoviae) เป็นเชื้อมัยโคพลาสม่าที่มีขนาดเล็กกว่าแบคทีเรีย การติดเชื้อส่งผลให้เกิดอาการขาเจ็บในไก่ การป้องกันเชื้อนี้สามารถใช้วัคซีนเชื้อเป็นในการป้องกันปัญหาโดยนิยมทำวัคซีนในไก่ไข่ อีกปัจจัยหนึ่งคือระบบป้องกันโรค (Biosecurity) เป็นเครื่องมือหนึ่งในการป้องกันเชื้อเข้าสู่ตัวไก่ เราสามารถวิเคราะห์ปัญหาว่าเกิดจาก MS โดยดูจากระยะเวลาในการเกิดโรคโดยเป็นลักษณะที่เกิดอาการแบบไม่เฉียบพลัน รวมทั้งส่งตัวอย่างตรวจทางห้องปฏิบัติการ ในกรณีฟาร์มพบปัญหา MS ภายในฟาร์ม ถ้าในไก่ไข่มักพบปัญหาในช่วงไก่รุ่นซึ่งเป็นช่วงที่ยังไม่ให้ผลผลิตจึงสามารถใช้ยาในการรักษาการติดเชื้อได้ การเลือกใช้ยาควรเลือกใช้ยาที่มีความไวยาต่อเชื้อ เช่น tylosin tilmicosin โดยให้ยาต่อเนื่องอย่างน้อย 5 วันเพื่อประสิทธิภาพในการรักษา ส่วนไก่ที่มีอาการรุนแรงให้ทำการคัดทิ้งออกจากฝูง

Page 2 of 2 1 2

For customer 02-937-4888

Vet Products Group Logo