สารพิษจากเชื้อรา สิ่งที่มองไม่เห็นแต่มีอยู่จริง!!! กับเชื้อราในสุกร ? by : ศูนย์วิจัยและพัฒนาVRI สารพิษจากเชื้อรา หนึ่งในภัยเงียบที่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ในปัจจุบัน สารพิษจากเชื้อรา หรือ Mycotoxins เป็นสารพิษธรรมชาติที่สร้างจากเชื้อรา มักพบการปนเปื้อนของสารพิษจากเชื้อราในผลผลิตทางการเกษตรที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาหารของมนุษย์และสัตว์ ภายใต้สภาวะอุณหภูมิ ความชื้นและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจะสามารถพบการปนเปื้อนสารพิษดังกล่าวได้ง่าย สารพิษจากเชื้อรายังก่อให้เกิดความเสียหายต่อการส่งออก เกิดการสูญเสียด้านคุณภาพของผลผลิต อีกทั้ง สารพิษจากเชื้อรายังส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์โดยตรงอีกด้วย เช่น ในสุกรและสัตว์ปีก เป็นต้น สารพิษจากเชื้อราที่มักก่อปัญหาในปัจจุบัน ประกอบด้วย อะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin), ออคราท็อกซิน เอ (Ochratoxin A), ทีทูท็อกซิน (T-2 toxin) , ดีอ๊อกซี่นิวาลีนอล (Deoxynivalenol: DON), ฟูโมนิซิน (Fumonisins FB1, FB2), ซีราลีโนน (Zearalenone) และ เออร์กอต อัลคาลอยด์ (Ergot alkaloids) ในบทความนี้ VPG ขอยกตัวอย่างผลกระทบของสารพิษจากเชื้อราดังกล่าวที่มีผลต่อสุกร ให้ผู้อ่านได้เข้าใจโดยสังเขป ผลกระทบของสารพิษจากเชื้อราในสุกร ตับ :…
ติดปีกให้ฟาร์มปศุสัตว์ #ยา/สารฆ่าเชื้อ และอุปกรณ์ ของมันต้องมี ในสภาวะการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคในฟาร์ม สิ่งที่ฟาร์มต้องเตรียมพร้อมไว้คือ ยา/สารฆ่าเชื้อ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้สำหรับภาวะฉุกเฉินหากบังเอิญโรคเข้ามา เปรียบเสมือนเตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์ไว้ทำสงครามต่อต้านกับผู้รุกรานในที่นี้คือ ASF นั่นเอง สำหรับยา/สารฆ่าเชื้อ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ ต้องเป็นยา/สารฆ่าเชื้อที่ได้รับการรับรองว่าฆ่าเชื้อ ASF ได้ ด้วยวิธีการตามมาตรฐานของ OIE เช่น กลุ่ม Potassium Peroxy monosulphate (Oxipro®) เป็นต้น จากนั้นต้องมีการจัดทำคู่มือ SOP ระบุจุดการใช้ ปริมาณ ความเข้มข้นให้ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังต้องทราบปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพของการฆ่าเชื้อได้แก่ – ปริมาณของเชื้อโรค -สภาพพื้นผิวที่จะฆ่าเชื้อ – ระยะเวลาในการฆ่าเชื้อ -ความเข้มข้นของยา/สารฆ่าเชื้อ – ชนิดของเชื้อโรค -สภาพความเป็นกรด-ด่างของยา/สารฆ่าเชื้อ –…
จัดการ ILT อย่างไรให้ได้ไก่ที่มีคุณภาพดี สถานการณ์ของโรค ณ ปัจจุบันยังพบการระบาดอยู่โดยเฉพาะในไก่ไข่ และอาจพบบ้างในไก่เนื้อพันธุ์สามสาย และพบว่าสามารถเกิดโรคในไก่อายุน้อยลง ตั้งแต่อายุ 5 สัปดาห์ และพบอีกว่าการกำจัดโรคออกจากฝูงใช้ระยะเวลามากขึ้น โดยปัญหาดังกล่าวนี้มีปัจจัยโน้มนำมาจากการเลี้ยงไก่หลายอายุปนกันในโรงเรือน การเลี้ยงไก่หนาแน่น และการระบายอากาศที่ไม่ดี ซึ่งจะส่งผลให้ไก่เกิดภาวะกดภูมิคุ้มกัน โดยการเกิดโรคมีระยะเวลาการฟักตัวที่แตกต่างกันออกไป ในไก่เล็กสามารถพบความเสียหายได้มากกว่าไก่ใหญ่และยังกระทบต่อการเจริญเติบโตอีกด้วย ในการแก้ไขปัญหาหากเกิดโรคแล้วควรคัดทิ้งไก่ป่วยออกจากฝูงเพื่อป้องกันการติดเชื้อแฝง ในส่วนการให้วัคซีน การพิจารณาเลื่อนโปรแกรมวัคซีนนั้นไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายในฟาร์มได้ แต่ควรเน้นเรื่องการป้องกันและกำจัดสาเหตุโน้มนำของโรคดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
ASF Car Care Center หนึ่งในการทำ Biosecurity ที่ช่วยกำจัดจุดเสี่ยงเพื่อป้องกันโรค การป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร – ASF (Africa Swine Fever) ที่ได้ผลดี คือ การทำระบบ Biosecurity ที่ดีในฟาร์ม มีการกำหนดแผนการทำงานและขั้นตอนการปฏิบัติงานที่มีมาตรฐาน (SOP-Standard Operation Procedures) ในแต่ละส่วนการทำงานของฟาร์มที่ชัดเจน รวมทั้งมีการเตรียมความพร้อมของฟาร์มทางด้านการวินิจฉัยโรคให้ได้ไว โดยใช้เครื่องมือ PCR เป็นเข็มทิศในการชี้นำที่ไม่ทำให้หลงทาง การเตรียมความพร้อมของสถานที่และการทำงานที่ถูกต้องในการคัดทิ้งและทำลายสุกรป่วย การควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกร การกำจัดสัตว์พาหะ การสำรวจสภาวะของโรคอยู่เสมอ และที่สำคัญการมีระบบการล้างและฆ่าเชื้อของรถและคนที่เกี่ยวข้องกับฟาร์มเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ เพราะ 70-80%ของการติดเชื้อ ASF มาจากกระบวนการขายสุกรและรถที่มาจับในฟาร์ม ดังนั้นเรามาดูขั้นตอนการล้างรถ และฆ่าเชื้อตาม SOP ว่ามีอะไรบ้าง
การศึกษาผลการเสริมไวโรกรีนในการลดความเสียหายของโรคอหิวาห์แอฟริกันในสุกรขุน Effect of Virogreen on Reducing Mortality Rate from ASF in Finisher pigs ไวโรกรีน ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อลดสารสื่ออักเสบ (Cytokines) และอนุมูลอิสระ ที่เป็นสาเหตุของการอักเสบรุนแรง การเกิดไข้สูง ซึ่งนำไปสู่การทำลายระบบภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะในร่างกาย ซึ่งเป็นกลไกของความเสียหายที่เกิดขึ้นหากเกิดการติดเชื้ออหิวาห์แอฟริกันในสุกร การศึกษาการลดความเสียหายของโรคอหิวาห์แอฟริกันในสุกรขุนในฟาร์มที่กำลังเกิดการระบาดของโรคในประเทศกัมพูชา โดยจัดการแบ่งโรงเรือนออกเป็น 3 กลุ่ม โดยให้ทั้ง 3 โรงเรือนตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน กลุ่มควบคุม (ปลอดเชื้อ, PCR Negative) กลุ่มติดเชื้อ (PCR positive) เสริมไวโรกรีน 2 กิโลกรัมต่อตันอาหาร กลุ่มปลอดเชื้อ เสริมไวโรกรีน 2 กิโลกรัมต่อตันอาหาร จากการทดลองพบว่า การเสริมไวโรกรีนในอาหารสุกรในโรงเรือนที่กำลังมีการระบาดของเชื้ออหิวาห์แอฟริกันในสุกร (PCR Positive) ไวโรกรีนสามารถช่วยลดความเสียหายจากโรคได้มากถึง 59% มีความคุ้มค่าในการเสริมไวโรกรีน 15 เท่า…
Feed Biosecurity 8 มาตรการในการกำจัดจุดเสี่ยงเพื่อป้องกันโรค ASF ในการผลิตอาหารสัตว์ การป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร – ASF (Africa Swine Fever) ไม่ยากอย่างที่คิด แค่เรามาทบทวนการทำงานเดิมที่มีอยู่ และเพิ่ม 8 มาตรการในการป้องกันจุดเสี่ยงลงไปสำหรับการผลิตอาหารสัตว์ จะทำให้เราปลอดภัยจากโรคนี้ได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมีการจัดทำแผนเฝ้าระวังที่มีประสิทธิภาพ และบุคลากรในหน่วยงานต้องตระหนักในการทำระบบชีวอนามัย (Biosecurity) ที่ถูกต้อง รวมทั้งคู่ค้าที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตอาหารสัตว์ต้องให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎกติกาของการทำระบบ Biosecurity เรื่องของการระบาดของโรค ถ้าจะป้องกันได้ดี ทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือกัน การ์ดไม่ต้องไม่ตก ดังนั้นเรามาทบทวน 8 มาตรการในการป้องกันจุดเสี่ยงกันว่ามีอะไรบ้าง หากสนใจต้องการทราบรายละเอียดสามารถติดต่อฝ่ายขายบริษัทเวทโปรดักส์ กรุ๊ป