สุกรหย่านมที่จะผสม ควรจะเป็นสุกรหย่านมที่มีความสมบูรณ์พันธุ์เต็มที่ เสียน้ำหนักตัวน้อยจากเล้าคลอด ไม่ผอมเกินไป ไม่มีปัญหาหนองไหล เพื่อทำให้มีขนาดครอกที่ดก และอัตราการผสมติดดี แต่สำหรับสุกรหย่านมที่เสียน้ำหนักตัว ลักษณะผอมมากๆ แนะนำให้ทำการข้ามสัด (script heat) ไปผสมในรอบการเป็นสัดครั้งต่อไป และทำการปรับเพิ่มอาหารให้กับแม่สุกรเต็มที่ เพื่อความสมบูรณ์พันธุ์ที่เต็มที่ รองรับการผสมครั้งต่อไปได้เต็มศักยภาพ สำหรับฟาร์มที่มีการกำหนดกลุ่มผสมเอาไว้แล้ว และจำเป็นจะต้องพิจารณาผสมแม่สุกรดังกล่าว คงจะต้องประเมินถึงความคุ้มค่าสำหรับวิธีที่เลือก แต่สำหรับทีมงาน ITAC แนะนำให้ทำการ ข้ามสัด น่าจะเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดครับ
ลักษณะแบบนี้ หลายๆฟาร์มคงเห็นเป็นภาพชินตาในโรงเรือนอนุบาลกันแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สิ้นเปลืองอาหารและ FCR ในสุกรอนุบาลสูงขึ้นอย่างน่าเสียดาย FCR ที่สูงขึ้นเกิดจากเวลาลูกหมูออกจากรางอาหารมักจะคุ้ยอาหารออกมา และทำให้อาหารสกปรกจำเป็นต้องทิ้งแล้วเปลี่ยนใหม่ ลองสังเกตอาหารที่หกออกมานอกรางว่ามากน้อยแค่ไหน จากที่เห็นในรูปสาเหตุเกิดจาก รางอาหารใหญ่กว่าสุกรในช่วงนี้ แนวทางการแก้ไขเบื้องต้นคือให้อาหารให้น้อยๆแต่บ่อยครั้ง งดการใส่อาหารในรางอาหารสักระยะหนึ่ง มาใช้เป็นรางกลที่มีช่องไม่ใหญ่เกินไป เมื่อสุกรตัวใหญ่ขึ้นจึงมาให้อาหารในรางสาดอีกครั้งหนึ่ง ขอขอบคุณ ทีมวิชาการไอแทค
แม่หย่านมหุ่นแบบนี้ ผสมดีมั้ยเนี่ย ? สุกรหย่านมที่จะผสม ควรจะเป็นสุกรหย่านมที่มีความสมบูรณ์พันธุ์เต็มที่ เสียน้ำหนักตัวน้อยจากเล้าคลอด ไม่ผอมเกินไป ไม่มีปัญหาหนองไหล เพื่อทำให้มีขนาดครอกที่ดก และอัตราการผสมติดดี แต่สำหรับสุกรหย่านมที่เสียน้ำหนักตัว ลักษณะผอมมากๆ แนะนำให้ทำการข้ามสัด (script heat) ไปผสมในรอบการเป็นสัดครั้งต่อไป และทำการปรับเพิ่มอาหารให้กับแม่สุกรเต็มที่ เพื่อความสมบูรณ์พันธุ์ที่เต็มที่ รองรับการผสมครั้งต่อไปได้เต็มศักยภาพ สำหรับฟาร์มที่มีการกำหนดกลุ่มผสมเอาไว้แล้ว และจำเป็นจะต้องพิจารณาผสมแม่สุกรดังกล่าว คงจะต้องประเมินถึงความคุ้มค่าสำหรับวิธีที่เลือก แต่สำหรับทีมงาน ITAC แนะนำให้ทำการ ข้ามสัด น่าจะเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดครับ #iTACteaam CR : https://www.facebook.com/ITACvetproductsgroup/
ชาวหมูควรรู้ไว้…ภัยเงียบที่มากับหน้าฝน!!! เคยเจอไหมครับ ตื่นเช้ามาเจอแม่หมูตาย ทั้งที่ไม่มีอาการป่วยมาก่อน!!! ตรวจสอบร่องรอยอื่นๆก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ แล้วหมูเราเป็นอะไรตาย??? โดนสัตว์มีพิษกัดต่อยนั่นเองครับ โดยเฉพาะตะขาบ ตะขาบ(Centipede)เป็นสัตว์กินเนื้อ มักจะซ่อนตัวในเวลากลางวัน และออกหากินตอนกลางคืน เหยื่อที่เป็นอาหารของตะขาบจะเป็นจำพวกแมลง เช่น จิ้งหรีด แมลงสาบ และสัตว์ขนาดเล็กอื่นๆ แผลที่ถูกตะขาบกัดจะมีลักษณะคล้ายเข็มแทง พิษของตะขาบประกอบด้วยสาร hydroxytryptamine หรือ cytolysin ที่มีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการปวด ชา อักเสบและบวมแดงบริเวณที่ถูกกัด ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เนื้อเยื่อเกิดการอักเสบ ขาดเลือด จนอาจทำให้เกิดเนื้อเยื่อตายได้ เพื่อเป็นการป้องกัน เราควรมีโปรแกรมการสำรวจแมลงและทำการกำจัดในกรณีที่ตรวจพบ (ลดเหยื่อของสัตว์มีพิษ) นอกจากนี้ควรทำความสะอาดบริเวณรอบโรงเรือนให้สะอาด ตัดหญ้าให้โล่งเตียนและกำจัดแหล่งหลบซ่อนของตะขาบ โรงเรือนดูสะอาด สบายตา หมูและผู้เลี้ยงก็ไม่ต้องเสี่ยงกับสัตว์มีพิษด้วยนะครับ #ตะขาบในฟาร์มหมู# #สัตว์มีพิษ# iTACteam
ผอมซีด แกร็น แบบนี้ ทำวัคซีน PCV2 ให้ผมจะดีมากนะคร้า..บ ในปัจจุบันเราจะพบปัญหาสุกรขุนมีอาการผอม สีผิวขาวซีดถึงสีเหลือง ขนาดไม่สม่ำเสมอ เป็นอาการที่เรียกว่า PMWS หรือ แม้แต่อาการผิวหนังอักเสบทั่วร่างกาย ที่เราเรียกว่า PDNS ทั้งสองอาการนี้มีเชื้อเซอร์โคไวรัสเป็นสาเหตุหลัก เป็นปัญหาในฟาร์มสุกรหลายๆ แห่ง ทั้งที่เป็นฟาร์มสุกรที่ผลิตลูกสุกรเอง หรือแม้แต่ฟาร์มที่มีการซื้อลูกสุกรเข้ามาเลี้ยงก็ตาม สาเหตุของการเกิดปัญหาดังกล่าวมีได้หลายสาเหตุ ได้แก่ คุณภาพวัคซีน ขั้นตอนการทำวัคซีน การเก็บรักษาวัคซีน โปรแกรมการทำวัคซีนในสุกรพันธุ์และลูกสุกรไม่เหมาะสม ยังรวมไปถึงสุขภาพของสุกรในขณะที่ทำวัคซีนที่อาจจะอยู่ในภาวะที่กดระดับภูมิคุ้มกันทำให้การสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคเซอร์โคไวรัสได้ไม่ดีเท่าที่ควร และยังมีปัญหาอีกมากมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งท่านสามารถปรึกษากับสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มของท่านในการจัดการกับปัญหาดังกล่าวได้ แต่ในครั้งนี้จะขอนำเสนอวิธีการแก้ปัญหาอีกวิธีที่มีหลายๆ ฟาร์มได้ทดลองปฏิบัติและให้ผลดีในการแก้ไขปัญหา นั่นคือ การให้วัคซีนเซอร์โคไวรัสกับสุกรกลุ่มที่ป่วยและแสดงอาการ PMWS และ PDNS ซึ่งผลการรักษาแบบนี้พบว่าประมาณ 2 สัปดาห์ สุกรป่วยเหล่านี้จะแสดงอาการของโรคน้อยลง สุขภาพดีขึ้น และความเสียหายก็ลดลงเป็นที่น่าพอใจมาก แต่วัคซีนเซอร์โคไวรัส ยังถือว่ามีราคาต่อโด๊สค่อนข้างสูง ดังนั้นจะต้องประเมินว่าสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาจากเซอร์โคไวรัสหรือไม่? และหากใช่ต้นทุนที่จะใช้ในการรักษากับผลตอบแทนที่เกิดขึ้นคุ้มค่ากันหรือไม่ แต่จากประสบการณ์ของทีม iTAC และที่ปรึกษาท่านต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ พบจะสรุปเบื้องต้นได้ว่า ถ้าพบปัญหาในสุกรป่วยที่ยิ่งอายุน้อยเท่าไร ยิ่งคุ้มค่ามากเท่านั้น เพราะจะทำให้การเจริญเติบโตดีขึ้นและเสียหายลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนสุกรที่อายุมากๆ…
อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บรักษาวัคซีนอยู่ที่ 2 – 8 องศาเซลเซียส เพื่อทำให้วัคซีนคงสภาพของความสามารถในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างๆ ได้ดี แล้วท่านเคยติดตามและตรวจสอบอุณหภูมิของตู้เย็นบ้างหรือไม่? จากประสบการณ์การทำงานของทีม iTAC พบว่าฟาร์มสุกรหลายๆ แห่ง เมื่อเข้าไปตรวจสอบตู้เย็นที่ใช้เก็บรักษาวัคซีนพบว่าอุณหภูมิอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เหมาะสม บางแห่งอุณหภูมิที่แสดงบนหน้าจอไม่ตรงกับอุณหภูมิจริงที่อยู่ภายในตู้เย็น!! เช่น อยู่ในระดับอุณหภูมิที่ต่ำเกินไป ทำให้ ส่งผลต่อคุณภาพวัคซีนโดยตรง และเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้การระบบป้องกันโรคต่างๆ ในฟาร์มเกิดปัญหาขึ้นได้ อาทิเช่น เมื่อทำวัคซีนบางครั้งได้ผลดี บางครั้งก็เกิดปัญหาทั้งๆ ที่เป็นวัคซีนตัวเดิมจากผู้ผลิตรายเดิม ดังนั้นทางฟาร์มสุกร ควรจะต้องมีโปรแกรมการติดตามและตรวจสอบระดับอุณหภูมิของตู้เย็นเก็บวัคซีนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจว่าสามารถรักษาคุณภาพของวัคซีนได้ และมีประสิทธิภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันจากการทำวัคซีนต่างๆ ในฟาร์มของท่านเอง จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวกับปัญหาที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในฟาร์มสุกรของท่านเองครับ #ใส่ใจเพิ่มอีกซักนิดเพื่อประสิทธิภาพที่ดีกว่า# #หมอตั้ม_วรวัฒน์ #iTACTeam