“ลูกหมูช่วงหลังหย่านม” จุดวิกฤติที่ต้องจัดการให้ดี หลังจากลูกหมูหย่านมถือเป็นช่วงวิกฤติที่มักเกิดปัญหาขึ้น จนนำไปสู่ความสูญเสียได้มากหรือน้อย ขึ้นกับการรับมือและจัดการที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่าง ที่มากระทบกับตัวลูกหมู ได้แก่ เปลี่ยนแปลงเรื่องการกิน จากที่เคยกินนมแม่ก็เปลี่ยนเป็นกินอาหาร เปลี่ยนสภาพการเป็นอยู่ จากที่เคยอยู่กับแม่ ได้รับความอบอุ่นจากแม่ แต่พอลงมาที่เล้าอนุบาลต้องมาเจอพื้นแข็งๆเย็นๆ ที่อาจจะไม่มีแผ่นรองนอนไม่มีไฟกกเพื่อเพิ่มความอบอุ่นในบางฟาร์ม เปลี่ยนสังคมจากการที่เคยอยู่แต่กับเฉพาะพี่น้องคอกเดียวกัน แต่กับต้องมาอยู่กับตัวอื่นที่มาจากคอกอื่น เปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย มีการเจริญเติบโตรวดเร็วขึ้น และระบบต่างๆ มีการพัฒนาสมบูรณ์มากขึ้นโดยเฉพาะระบบทางเดินอาหารและระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อเราทราบและเข้าใจการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ จึงนำมาสู่หลักการเลี้ยงและการจัดการที่จะทำให้ลูกหมูผ่านพ้นช่วงช่วงวิกฤติหลังหย่านมไปได้อย่างดี เกิดปัญหาหรือความสูญเสียได้น้อย เป้าหมายสำคัญของ “การจัดการในช่วงหลังหย่านม หรือ ลงเลี้ยงอนุบาล 7 วันแรก” คือ ลูกสุกรต้องไม่ป่วย ไม่โทรม ไม่ทรุด การกินได้ไม่มีสะดุด ไม่มีการชะงักการโต ไม่มีลำไส้อักเสบท้องเสีย โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การกระตุ้นการกินได้ของลูกหมู ให้สามารถกินได้พอเพียงต่อความต้องการ ซึ่งก็คือ การกินได้ตามเป้าการกินที่กำหนดไว้ ในหลายๆฟาร์มมักจะพบปัญหาลูกหมูลงเลี้ยงแล้วกินอาหารได้น้อย ต่ำกว่าเป้าการกิน ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อสุขภาพ เนื่องจากพลังงานไม่เพียงพอต่อการสร้างภูมิคุ้มกันและต่อสู้กับเชื้อโรคที่เข้ามา ทำให้ลูกหมูป่วยและสูญเสียในช่วงนี้ และในส่วนของการเจริญเติบโต ลูกหมูจะเกิดภาวะ Setback คือ ชะงักการโต หรืออาจจะมีบางส่วนสูญเสียน้ำหนัก ผอมลงไปได้ด้วย สำหรับการจัดการสำคัญในช่วงวิกฤติหลังลงใหม่ 7…