🐽🐽การลดการตายก่อนอย่านมคือกุญแจสำคัญของการสร้างผลกำไร 🐷🐷ปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตสุกรพบปัญหาอย่างรอบด้านอาทิเช่น การเจอปัญหาทางด้าน ASF, การเจอปัญหาทางด้านต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นเป็นต้น ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้ฟาร์มต้องนำเงินไปช่วยทั้งในด้านระบบป้องทางชีวภาพในฟาร์ม หรือใช้ไปกับการซื้อวัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาแพงเพื่อให้ธุรกิจสุกรของตนยังดำรงต่อไปได้ 🥇🥇เพราะฉะนั้นการเพิ่มรายได้ของฟาร์มเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ และจุดที่จะเพิ่มกำไรได้จุดหนึ่งที่สำคัญคือการที่มีลูกสุกรหย่านมรอดชีวิตได้เพิ่มมากขึ้น เพราะลูกสุกรหย่านมที่มากขึ้นจะส่งผลถึงหมูขุนที่เพิ่มมากขึ้นและกลายมาเป็นกำไรในที่สุด 👍👍ทาง ASP เล็งเห็นถึงความสำคัญในข้อนี้ดีจึงทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ Lactapreme ขึ้นมา ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยทั้งประสิทธิภาพการผลิตของตัวแม่ ช่วยให้แม่หมูกินได้ดี มีพลังงานที่เพียงพอ และยังส่งเสริมก่ารผลิตน้ำนมออกมาให้ลูกได้มากขึ้นและมีคุณภาพ เมื่อลูกได้รับก็จะได้ทั้งภูมิคุ้มกันจากนมน้ำเหลือง ยังทำให้ลูกแข็งแรงโตไว ลดอัตราการตายก่อนหย่านมได้ตามมา ✅✅จากผลการทดลองทั้ง 15 การทดลองพบว่าการเสริม Lactapreme ช่วยลดอัตราการตายก่อนหย่านมเฉลี่ยอยู่ที่ 7.37 % สามารถสร้างความคุ้มค่าการลงทุนได้ถึง 7.65 เท่า เมื่อคำนวณจากฟาร์ม 1,000 แม่ที่ให้ลูก 24,000 ตัวต่อปี จะสามารถเพิ่มลูกหมูรอดชีวิตได้ 1,768 ตัวต่อปี ทำเงินกลับมาได้ 5,304,000 บาทต่อปี เมื่อขายลูกหมูหย่านม(ราคาลูกหมูหย่านม 3000บาท/ตัว)   #Lactapreme #ReducePreweaningMortality #IncreaseProfit #IncreaseProductionPerformance #IncreaseFeedInTake #SupportEnergy #IncreaseMilkProduction #IncreaseMilkQuality #Colostrum…

#ASPRUMSTORY #38 #แหล่งความรู้ทางด้านสัตว์เคี้ยวเอื้องโดยเอเอสพีรูมิแนนท์ ตอน “ช่วงอากาศร้อน วัวกินน้อย…ไขมันไหลผ่านเพิ่มพลังงานให้เพียงพอต่อร่างกาย” โดย : นายเดชน์สุวรรณ การสมเจต ฝ่ายขายและวิชาการ ทางด้านสัตว์เคี้ยวเอื้อง เอเอสพี รูมิแนนท์ ในเครือเวทโปรดักส์ ในสภาพอากาศร้อนนำมาซึ่งผลกระทบกับการให้ผลผลิตและการใช้พลังงานของโคเป็นอย่างมาก ซึ่งในประเทศไทยมีสภาพอากาศที่ร้อนชื้น อุณหภูมิสูงถึง 35-40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ธุรกิจโคในประเทศได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ ภาวะ Ketosis(โคขาดพลังงาน) ผลผลิตลดลง ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆตามมา โดยมีวิธีการจัดการหลักๆ คือ ปรับระบบการจัดการทั่วไปลดกิจกรรมที่ส่งผลต่อความเครียดสัตว์ ปรับโปรแกรมการสืบพันธุ์ ปรับปรุงพันธุ์สัตว์ และการเพิ่มไขมัน เป็นอีก 1 ช่องทางในการช่วยป้องกันการเกิดผลกระทบต่อผลผลิตในโค เพราะช่วงอากาศร้อนหรือแม้แต่ช่วงหลังคลอด ซึ่งช่วงภาวะนี้โคจะเกิดความเครียดจะทำให้ตัวโคนั้นกินอาหารได้น้อยลงกว่าความต้องการ จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการให้ผลผลิต โดยจะแบ่งกลุ่มของไขมันคือ 1.น้ำมันจากพืช 2.น้ำมันจากสัตว์ แต่การใช้น้ำมันมักมีข้อจำกัดทางการใช้หลายอย่าง เช่น น้ำมันจะสูญเสียพลังงานในรูปแบบความร้อนในการเผาผลาญและการย่อย คุณภาพไม่คงที่ หืนง่าย ส่งผลให้ไปทำลายโภชนะในอาหาร และจะไปลดความน่ากินของอาหาร ดังนั้นการใช้ ไขมันผง(Bypass fat) จะเป็นทางเลือกที่สำคัญทางหนึ่ง เนื่องจาก Bypass fat…

🐣🐣เราจะสามารถปกป้องคุณภาพเปลือกไข่ในหน้าร้อนได้อย่างไร ? 🔥🔥ในฤดูร้อนปัญหาที่มักเกิดขึ้นได้บ่อยในการเลี้ยงสัตว์ คือการเกิดภาวะ “Heat stress” ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิตได้ โดยกระทบอย่างมากในอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ไข่และไก่พันธุ์ เนื่องจากภาวะ Heat stress นั้นเกิดจากอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูงเกินไป ทำให้สัตว์เกิดความเครียดจากการที่ไม่สามารถระบายความร้อนภายในร่างกายออกมาได้ ส่งผลให้เห็นพฤติกรรมหอบหายใจอย่างรวดเร็ว ในรายที่รุนแรงอาจทำให้สัตว์ตาย 🐔🐔จากพฤติกรรมการหอบหายใจ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความสมดุลของกรด-เบสภายในร่างกายสัตว์ เนื่องจากการหอบจะเกิดการขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมามาก ทำให้เลือดมีภาวะเป็นด่าง เรียกภาวะนี้ว่า Respiratory alkalosis ร่างกายสัตว์จึงต้องทำการปรับสมดุลกรด-เบสในเลือด โดยการขับ Bicarbonate ออกทางไต แต่สัตว์ปีกในระยะผลิตไข่จำเป็นต้องอาศัย Bicarbonate จับกับแคลเซียม ให้กลายเป็นแคลเซียมคาร์บอเนต ในกระบวนการสร้างเปลือกไข่ การสูญเสีย Bicarbonate จากภาวะ Heat stress จึงทำให้พบปัญหาไข่เปลือกบางบุบร้าวได้ง่าย ♻️♻️การป้องกันการเกิดไข่เปลือกบางจากภาวะ Heat stress สามารถทำได้ในด้านโรงเรือนคือการเลี้ยงสัตว์ปีกในโรงเรือนปิด (Evaporative Cooling System) ที่สามารถควบคุมอุณหภูมิในโรงเรือนไม่ให้สูงเกินไป หรือมีการติดตั้งอุปกรณ์ที่ช่วยลดความร้อนในโรงเรือนเปิด นอกจากนี้เรื่องโภชนาอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญในช่วงการเกิด Heat stress เนื่องจากไก่ที่อยู่ในสภาวะนี้จะมีอัตราการกินได้ (Feed intake) ลดลง จึงควรเสริมวิตามินและแร่ธาตุจำพวก Zn,…

🐽🐽ผลิตภัณฑ์ทางเลือกเพื่อนำไปสู่ฟาร์มปลอดยาปฏิชีวนะ 🚫💊ปัจจุบันการใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงสุกรเป็นสิ่งที่ใช้เป็นปกติและใช้อย่างแพร่หลายในการควบคุมเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งสิ่งที่น่าเป็นกังวลคือเมื่อมีการใช้ในปริมาณที่เกินความจำเป็นและยาวนานสามารถก่อให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยาตามมา ผลกระทบนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อตัวสุกรแต่ยังส่งผลไปสู่ผู้บริโภคเนื้อสัตว์อีกด้วย 🚫💊สิ่งสำคัญคือการลดหรืองดการใช้ยาปฏิชีวนะในฟาร์ม จึงเป็นสาเหตุให้ทางนักวิชาการทางด้านปศุสัตว์เสาะแสวงหาสารจากธรรมชาติที่สามารถช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อโรคได้เทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับยาปฏิชีวนะ เพื่อนำมาเป็นตัวเลือกในการทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะในปัจจุบัน ✅Porcinat Plus เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีองค์ประกอบของกรดอินทรีย์และน้ำมันหอมระเหย ที่มีความสามารถในการช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อโรค และลดท้องเสียของสุกรได้ โดยประสิทธิภาพในการลดท้องเสียเมื่อเปรียบเทียบกับยาปฏิชีวนะแล้วแทบไม่มีความแตกต่างกัน ✅Bioplus YC เป็นกลุ่มโปรไบโอติคที่ประกอบไปด้วยแบคทีเรียที่ให้ประโยชน์ 2 ชนิด ทำงานร่วมกันในการควบคุมเชื้อแบคทีเรียก่อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการทดลองพบว่าสามารถช่วยในการลดอัตราการตายและลดอัตราการท้องเสียในหมูได้ไม่แตกต่างกับยาปฏิชีวนะเช่นกัน   #PorcinatPlus #BioplusYC #OrganicAcid #EssentialOil #Probiotic #AlternativeAntibiotic #ทดแทนยาปฏิชีวนะ #DecreaseAntibioticInFarm #AntibioticFree #ABF #ReduceDiarrhea #ReduceMortality #ReducePathegenicBacteria #IncreasePerformance #Swine #สุกร #ASP #Differenceforyourbenefits #VetProductsGroup #เครือเวทโปรดักส์

💧การใช้อิมัลซิไฟเออร์ในการลดต้นทุนอาหารสัตว์ 🕒สภาวะปัจจุบัน วัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะวัตถุดิบกลุ่มพลังงาน เช่น ข้าวโพด ปลายข้าว ข้าวสาลี เป็นต้น กระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทุกภาคส่วน และคาดว่าปัญหาราคาวัตถุดิบอาหารแพงจะยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งการใช้อิมัลซิไฟเออร์เป็นหนึ่งในตัวช่วยลดปัญหาดังกล่าว จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ ASP คัดสรรสารเสริมที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการลดต้นทุนอาหารมากที่สุด 🌽อีเนอร์เฟค (Enerflex) และ ซินเนอร์เฟค (Synerflex) เป็นสารเสริมที่มีส่วนประกอบหลักเป็นอิมัลซิไฟเออร์กลุ่ม De-oil lecithin ซึ่งเป็นอิมัลซิไฟเออร์ที่มีสัดส่วนตัวออกฤทธิ์ในการทำงานสูงที่สุด ทำให้สัตว์สามารถย่อยสารให้พลังงานกลุ่มไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงที่สุด 🌽นอกจากนี้ อีเนอร์เฟค (Enerflex) ยังประกอบไปด้วยสารเสริมที่มีส่วนช่วยในการเพิ่มการกินได้ของสุกร เป็นผลให้มีการเจริญเติบโตที่ดีขึ้นอีกด้วย ในส่วนของ ซินเนอร์เฟค (Synerflex) ที่มีประสิทธิภาพาการทำงานที่ดียิ่งกว่าเพราะมีส่วนประกอบของเอนไซม์ในการช่วยย่อยโปรตีนและไขมัน และสารเสริมที่มีส่วนช่วยเสริมให้สุกรย่อยสารอาหารได้ดีมากยิ่งขึ้น เผาผลาญและนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 🌽โดยส่วนประกอบใน อีเนอร์เฟค (Enerflex) และ ซินเนอร์เฟค (Synerflex) จะทำงานเสริมฤทธิ์กัน ทำให้สามารถช่วยลดต้นทุนอาหารสัตว์ได้อย่างดี ดังนี้ ✅ อีเนอร์เฟค (Enerflex) -เมื่อใช้ในสูตรอาหารสามารถช่วยลดการใช้ข้าวโพดในสูตรอาหารได้รวม 167 ตันต่อปี คิดเป็นเงิน 2,111,147 บาทต่อปี แสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าในการลงทุนถึง…

🐽ผลการใช้ INNOGROW เพื่อเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตในสุกรอนุบาล เนื่องจากในสภาวะการระบาดของโรคในสุกรอย่าง ASF ทำให้ส่งผลถึงความเสียหายอย่างรุนแรงในการผลิตสุกร ในการเลี้ยงสุกรช่วงอนุบาล – ขุน ที่นานจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดโรคระบาดและทำให้เกิดความเสียหายสูง ปัจจุบันการเลี้ยงสุกรในช่วงอนุบาล – ขุน จึงเน้นการโตเร็ว ขายได้ไว เพื่อให้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค ASF น้อยที่สุด ✅อินโนโกรว (INNOGROW) เป็นผลิตภัณฑ์สารเสริมในสุกรอนุบาล – รุ่น ช่วยในการเพิ่มอัตราการเจริญเติบโต และ เพิ่มน้ำหนักสุกร อัตราการผสมอาหาร : • สุกรอนุบาล = 1.25 – 1.5 กิโลกรัม/ตันอาหาร • สุกรเล็ก – รุ่น = 1 กิโลกรัม/ตันอาหาร ✅จากผลงานทดลองผลิตภัณฑ์ INNOGROW ในฟาร์มสุกรครบวงจร 1. การใช้ Innogrow ในสุกรอนุบาลที่อายุ 4 – 12 สัปดาห์ ผลการทดลองพบว่าสามารถช่วยเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตต่อวันขึ้นมาได้ 3.63%…

Page 6 of 10 1 4 5 6 7 8 10

For customer 02-937-4888

Vet Products Group Logo