เข้าใจ “สายสัมพันธ์แม่-ลูก” ผ่านพฤติกรรมแม่สุกรเรียกลูกกินนม การสื่อสารสำคัญที่ทำให้การจัดการเล้าคลอดประสบความสำเร็จ ปัจจัยของการกินน้ำนมได้มากน้อยในลูกสุกร เป็นตัวสำคัญที่สุดในการกำหนดอัตราการรอดชีวิตและคุณภาพการเจริญเติบโต รวมถึงเป็นตัวตั้งต้นสุขภาพของลูกสุกร ซึ่งปัจจัยดังกล่าวเป็นผลจากพฤติกรรมการสื่อสารระหว่างแม่สุกรและลูกสุกร โดยการเสียงร้องและแรงกระตุ้นที่เต้านมของลูกสุกรมีกระตุ้นให้มีการหลั่งฮอร์โมน Oxytocin และ Prolactin ของแม่สุกร เป็นผลให้เกิดการสร้างและหลั่งน้ำนมออกมา ในขณะเดียวกันหากแม่มีการสร้างน้ำนมออกมากักเก็บไว้ที่เต้านมแล้ว แม่จะส่งเสียงเรียกลูกให้เข้ามากินนมด้วยเช่นกัน จึงเป็นวงจรพฤติกรรมที่มีผลกระตุ้นซึ่งกันและกันอยู่เสมอ เมื่ออยู่ในเล้าคลอด เราก็มักจะได้เห็นสัญญาณเสียงของทั้งแม่และลูกสุกรอยู่บ่อยๆ โดยพฤติกรรมสำคัญที่แสดงออกมา ขอสรุปให้เข้าใจดังนี้ ลูกหมูดูดนมครั้งแรก ลูกสุกรแรกคลอดจะมีสัญชาตญาณในการค้นหาเต้านม เพื่อให้กินนมน้ำเหลืองได้เร็วที่สุดและได้เยอะที่สุด เพื่อให้มีพลังงานตั้งต้นในการรอดชีวิตช่วงแรกคลอด ลูกสุกรจะค้นหาเต้านมผ่านวิธีการใช้จมูกสัมผัสไปตามสิ่งกีดขวางต่างๆ เช่น ผนังคอก ตัวแม่ เพื่อจะเดินไปถึงเต้านม โดยใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีหลังคลอด เมื่อมีลูกคลอดเพิ่มขึ้น จะเกิดพฤติกรรมการต่อสู้เพื่อแย่งชิงเต้านมร่วมด้วย ดังนั้นลูกสุกรที่คลอดออกมาตัวหลังๆ จะมีโอกาสได้รับนมน้ำเหลืองไม่เพียงพอได้และมีความเสี่ยงที่จะตายได้มาก แม่ให้นมเป็นรอบๆ และลูกทุกตัวเข้ากินพร้อมกัน ในช่วงวันแรกหลังคลอด แม่สุกรจะเป็นผู้เริ่มต้นกระบวนการเลี้ยงลูก โดยแม่สุกรจะส่งเสียงร้องเรียกและนอนตะแคงในท่าที่ลูกสุกรสามารถเข้าถึงหัวนมได้สะดวก เนื่องด้วยช่วงแรกแม่จะมีการผลิตน้ำนมออกมาไว้ และตัวลูกหมูเองยังไม่แข็งแรงพอที่จะกระตุ้นเต้านมของแม่ได้ จึงมักเป็นฝั่งแม่ที่เริ่มต้นเรียกลูกกินนมก่อน หลังจากนั้นกระบวนการเลี้ยงลูกอาจเกิดจากตัวแม่สุกรเองเป็นผู้เริ่มต้นเรียกลูกกินนม จากการมองเห็นลูก การได้ยินเสียงลูก และการสัมผัสกับตัวลูก ทำให้เต้านมแม่สุกรมีการคัดน้ำนม หรือลูกสุกรเมื่อเริ่มหิวจะส่งเสียงร้องหิวนมและไปดุนเต้านมแม่ ทำให้เกิดการหลั่งน้ำนมได้ เมื่อมีคอกที่เริ่มส่งเสียงกินนม จะเกิดการเหนี่ยวนำไปยังคอกใกล้ๆ ให้เกิดพฤติกรรมเหมือนกัน…