สัญลักษณ์มาตรฐานบนฉลากสำคัญอย่างไร สัญลักษณ์มาตรฐานบนฉลากอาหารในปัจจุบัน จะมีซักกี่คนที่สังเกตและเข้าใจความหมายของสัญลักษณ์นั้น ทั้งๆที่เราอาจพบเจอสัญลักษณ์ต่างๆเหล่านี้อยู่บ่อยครั้งในซุปเปอร์มาเก็ตใกล้บ้านก็ตาม ดังนั้นวันนี้ VRI มีสาระดีๆเกี่ยวกับสัญลักษณ์มาตรฐานบนฉลากอาหารมาฝากค่ะ ถ้าจะให้จำแนกสัญลักษณ์มาตรฐานบนฉลากอาหารนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็นสองหัวข้อหลัก คือ 1. สัญลักษณ์ที่บอกถึงความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้า 2. สัญลักษณ์ที่บอกถึงความเชื่อมั่นของสินค้า เราลองมาดูตัวอย่างสัญลักษณ์ต่างๆที่มักพบในชีวิตประจำวันในซุปเปอร์มาเก็ตกันเลยดีกว่า จากภาพตัวอย่าง เราจะเห็นสัญลักษณ์ “ฮาลาล” (Halal food) หรือเครื่องหมายฮาลาล คือสัญลักษณ์ที่ได้รับการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (The Central Islamic Committee of Thailand) เครื่องหมายที่คณะกรรมการฝ่ายกิจการฮาลาลของคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย หรือคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดต่าง ๆ อนุญาตให้ผู้ผลิตนำมาประทับลงบนผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นการรับรองให้กับผู้นับถือศาสนาอิสลาม เพื่อให้สามารถอุปโภค บริโภคสินค้านั้นๆได้อย่างสบายใจ จัดเป็นสัญลักษณ์ที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค หากจะให้ยกตัวอย่างเพิ่มเติมสำหรับสัญลักษณ์ที่สร้างความมั่นใจที่เราคุ้นเคยอีกชนิดนั้นได้แก่ สัญลักษณ์ “เจ” สัญลักษณ์ที่บอกถึงความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้า ที่ทุกคนคุ้นเคยนั้นก็คือ สัญลักษณ์ “อย.” หรือ เครื่องหมายอาหารและยา โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา Food and Drugs Administration สังกัดกระทรวงสาธารณสุข องค์กรที่จะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฏหมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ…
VPG For Life # We Fight COVID-19 บริจาค อาหารเครื่องดื่ม ช่วยเหลือเด็ก 150 คน ที่ติดเชื้อ COVID-19 ที่รักษาตัวที่โรงพยาบาลผู้สูงอายุ บางขุนเทียน นายสัตวแพทย์ ธานินทร์ ชีวะผลาบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ เครือเวทโปรดักส์ มอบ Goat Milk นมแพะ พาสเจอร์ไรซ์ แก่เด็กที่รักษาตัวที่ โรงพยาบาลผู้สูงอายุ 150 คน และ มอบให้กับทีมแพทย์และพยาบาล เพื่อเป็นกำลังใจ ในโรงพยาบาลสนาม 8 แห่ง ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล อาทิ 1) คณะแพทย์ศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช 2) โรงพยาบาลสนาม ศูนย์กู้ชีพ นเรนทร 3) สถาบันบำราศนราดูร 4) ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ 5) รพ.ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ 6) รพ.บุษราคัม…
กัญชงและกัญชาต่างกันอย่างไร ทุกวันนี้ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มักจะเห็นเมนูเก๋ๆ ตามร้านกาแฟ หรือร้านอาหารที่นำส่วนของ “ใบกัญชา” มาประกอบ จนหลายคนสงสัยว่ากัญชงและกัญชานั้น สามารถปลูกและใช้ ได้อย่างเสรีแล้วจริงหรือไม่? ดังนั้นก่อนที่จะตอบคำถามนี้ เรามาทำความรู้จัก “กัญชงและกัญชา” กันก่อนว่าต่างกันอย่างไร ต้นกัญชงและกัญชา มีลักษณองะคล้ายคลึงกันมากในด้านลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ใบขกัญชงนั้นจะมีความยาวเรียวกว่าใบของกัญชา ในส่วนประกอบของพืชทั้งสองนั้นจะมีสารที่เรียกว่า สารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol หรือ THC) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ให้เกิดการมึนเมาหรือเสพติด หากเป็นกัญชงจะมีปริมาณ THC ไม่เกิน 1% ซึ่งปริมาณดังกล่าวไม่มากพอทำให้เกิดการมึนเมาหรือเสพติด ในส่วนของกัญชายังคงจัดเป็นสิ่งเสพติดให้โทษประเภท 5 และยังคงมีความผิดตามกฎหมาย โดยอนุญาตให้มีการใช้ได้เฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น คำว่า “ปลดล็อก” ไม่ได้หมายความว่าถูกถอดออกจากรายชื่อยาเสพติดแล้วและสามารถใช้ได้โดยไม่ผิดกฏหมาย แต่หมายถึงการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ได้ภายใต้กรอบกฎหมาย กัญชงจัดว่าเป็นพืชเศรษฐกิจน้องใหม่ไฟแรง โดยทางกระทรวงสาธารณสุขได้ออกกฎกระทรวง เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชง (Hemp) พ.ศ. 2563 ให้ขออนุญาตปลูก ผลิต ส่งออก จำหน่าย ครอบครองได้ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา พูดง่ายก็คือสามารถปลูกได้ โดยไม่ผิดกฎหมายอีกต่อไป…