Lumpy skin disease (LSD หรือ โรคลัมปี สกิน) โรคในโคไทย ที่ต้องจับตามอง เป็นโรคที่จัดอยู่ในวงศ์ Poxviridae สกุล Capripoxvirus โดย สามารถเจริญเติบโตและก่อโรคตามอวัยวะต่างๆที่มีเซลล์ เยื่อบุ (Epithelium cells) เช่น ผิวหนัง และระบบทางเดินอาหาร จัดเป็นโรคประจำถิ่นในประเทศแถบแอฟริกา และตอนนี้มีการระบาดมายังประเทศเพื่อนบ้านและประเทศไทยแล้ว มีระยะฟักตัวประมาณ 4-14 วัน อัตราการป่วย 45% และอัตราการตายน้อยกว่า 10% โรคนี้ไม่ได้จัดว่าเป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน การติดต่อ : แมงดูดเลือดต่างๆ เช่น ริ้น แมลงวันคอก ยุง เห็บ เป็นต้น นอกจากนี้แผลและสะเก็ดแผล น้ำมูกและสารคัดหลั่งยังเป็นแหล่งของโรคเช่นกัน อาการ มีไข้สูงได้ถึง 41 องศาเซลเซียส ต่อมน้ำเหลืองบวมโต เกิดตุ่มบริเวณผิวหนัง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-5 ซม. ซึม เบื่ออาหาร ซูบผอม ปริมาณน้ำนมลดลงในโคนม…

“หมากระทู้” หรือ “หมูกระทะ” กินอย่างไรให้ปลอดภัย ปัจจุบันเมนู “หมูกระทะ” กลายเป็นเมนูยอดฮิตสำหรับคนไทยไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเมนูหลักสำหรับงานสังสรรค์ในเทศกาลต่างๆ หรือเป็นเมนูหลังเลิกงานตอนเย็นเพื่อปลอบประโลมร่างกายและจิตใจจากความ เหนื่อยล้า ทั้งนี้การรับประทานบ่อยครั้งจะส่งผลดีหรือผลกระทบต่อร่างกายนั้น การวิเคราะห์วัตถุดิบแต่ละประเภทและขั้นตอนการเตรียมส่วนประกอบต่างๆ สามารถเป็นแนวทางในการบริโภคได้อย่างปลอดภัย  โดยการวิเคราะห์ส่วนประกอบหลักของเมนูหมูกระทะรวมถึงข้อควรปฏิบัติแบ่งออกได้ดังนี้ -น้ำซุปและน้ำจิ้ม สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่หรือไม่ ดูวันหมดอายุของน้ำจิ้มที่แสดงอยู่ข้างขวด การใช้น้ำจิ้มที่เหลือจากครั้งก่อนให้สังเกตปากขวดก่อนเทลงภาชนะว่ามีเชื้อราหรือไม่ การรับประทานน้ำซุปและน้ำจิ้มรสเค็มอาจได้รับโซเดียมมากเกินไปซึ่งอาจก่อให้เกิดความดันโลหิตสูงและไตเรื้อรัง โดยร่างกายมนุษย์มีความต้องการโซเดียมที่ 2,000 มิลลิกรัมต่อวันเท่านั้น –เนื้อสัตว์และอาหารแปรรูปจากสัตว์ ถือเป็นวัตถุดิบหลักในเมนูหมูกระทะ ขั้นตอนสำคัญคือต้องล้าง ทำความสะอาดก่อนบริโภคและทำให้สุกเพื่อป้องกันการปนเปื้อนแบคทีเรียหรือปรสิตที่อาจติดมากับเนื้อ การบริโภคเนื้อหมูดิบเสี่ยงต่อการเป็นโรคหูดับที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus suis หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อที่ไหม้เกรียม ในเนื้อสัตว์และเนื้อสัตว์แปรรูปจะมีสารที่ชื่อ “ไนโตรซามีน” ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร ส่วนอาหารทะเล เช่น ปลาและปลาหมึก อาจพบสารฟอร์มาลีนที่ใช้แช่อาหารทะเลก่อนถึงมือผู้บริโภค เมื่อได้รับในปริมาณที่เข้มข้นจะทำให้เลือดเป็นกรดและเกิดภาวะช็อกตามมา อาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์มักมีส่วนผสมของสารกันบูด และบอแรกซ์ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานและสังเกตวันหมดอายุข้างบรรจุภัณฑ์ ทั้งนี้ควรบริโภคในปริมาณจำกัด –ผัก ทำการล้างด้วยน้ำสะอาดเพื่อชะดินที่ปนเปื้อนออก เทคนิคอย่างง่ายสำหรับการล้างผักทำโดยการผสมโซเดียมไบคาร์บอเนตหรือเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะลงในภาชนะที่มีน้ำสะอาด จากนั้นแช่ผักนาน 15 นาที วิธีนี้สามารถลดการปนเปื้อนของของสารเคมีจากยากำจัดศัตรูพืชได้ถึง 90% อื่นๆ นอกจากวัตถุดิบหลักในเมนูข้างต้นนั้น อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงคือ…

#วัคซีนASF ในปัจจุบัน และผลเป็นอย่างไร ไปดูกัน วัคซีน ASF เริ่มศึกษา ปี1960 แต่ยังไม่สำเร็จเท่าที่ควร  เพราะความซับซ้อนของตัวเชื้อเอง ที่มีหลาย  Serotype และหลาย Genotype ขนาดตัวเชื้อ ที่ใหญ่มาก ทำให้การ ค้นหาส่วนสำคัญที่จะเอามาผลิตเป็นวัคซีนที่ปลอดภัยและป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นยากมาก และการเพาะเลี้ยงเชื้อนอกตัวสัตว์ก็ยากมากอีกเช่นกัน (ล่าสุด USDA ให้ข่าวว่า สามารถผลิตเซลล์เลี้ยงเชื้อนอกตัวสัตว์ที่ใช้งานได้ดีสำเร็จแล้ว) ปัจจุบันมีการศึกษาวัคชีนตามนี้ 1.วัคซีนเชื้อตาย ศึกษามาตั้งแต่ปี 1960 นอกจากไม่มีผลช่วยป้องกันการติดเชื้อแล้ว ผลการทดลอง กลับพบว่าหมูติดเชื้อได้เร็วและรุนแรงขึ้นอีกด้วย สรุปไม่ประสบความสำเร็จ 2.วัคซีนเชื้อเป็น 2.1 เชื้อเป็นอ่อนแรงแบบดั้งเดิม คือเอาเชื้อมาทั้งตัวทำให้อ่อนแอลง (โรคหลายๆโรคสามารถทำแบบนี้ได้สำเร็จ) ผลการทดลอง ยังไม่สำเร็จ เพราะผลหลากหลายมาก ในการป้องกันโรค  มีผลข้างเคียงที่รุนแรง ไม่ต่างกับติดเชื้อจากธรรมชาติ และ กลับไปแพร่เชื้อได้อีก สรุปคือไม่สำเร็จ   จีนสั่งห้ามทำวัคซีนแบบนี้แล้ว!! 2.2 วัคซีนเชื้อเป็น แบบตัดต่อยีนที่ก่อโรคบางส่วนออกไป แล้วนำมาทำวัคชีน ในหลายประเทศ ทั้งจีน อเมริกา เวียดนาม จะใช้วิธนี้ …

 How to GMP: โรงเชือด ทำยังไงไม่ให้โดนทิ้ง การผลิตอาหารคนหรืออาหารสัตว์จำเป็นต้องมีระบบมาตรฐานในการผลิตหรือ GMP-Good Manufacturing Practice เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะ ในส่วนของโรงฆ่าสัตว์หรือโรงเชือดนั้น ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในกระบวนการผลิตอาหาร ดังนั้นสัตว์ทุกตัวจะต้องมาจากฟาร์มที่มีมาตรฐานเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค โดยขั้นตอนสำหรับการทำ GMP โรงฆ่าสัตว์มีดังนี้ 1.การรับสัตว์มีชีวิต ต้องผ่านกระบวนการตรวจโรค และมีจุดพักสัตว์ก่อนเข้าโรงเชือดที่ชัดเจน 2.กระบวนการเชือด ต้องคำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) ซึ่งแตกต่างกันในสัตว์แต่ละชนิด 3.กระบวนการลวก มีการควบคุมอุณหภูมิของน้ำสำหรับผ่านกระบวนการลวกและถอนขน 4.การแยกเครื่องในออกจากตัวสัตว์ 5.การทำความสะอาดซาก ในสัตว์ขนาดใหญ่จะมีความซับซ้อนและใช้พื้นที่ในการจัดการที่ต่างออกไป 6.การลดอุณหภูมิซาก เพื่อไม่ให้ก่อให้เกิดเชื้อ ขนาดของสัตว์ที่ต่างกันจะใช้อุณหภูมิต่างกัน 7.การตัดแต่ง เพื่อความสวยงามและมีขนาดที่เหมาะสมในการนำไปบริโภค 8.การบรรจุ ทำการจัดเก็บในบรรจุภัณฑ์และอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับเนื้อสัตว์แต่ละประเภท เพื่อป้องกันการ        เสื่อมสภาพและไม่ให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อจุลชีพ 9.การจัดเก็บสินค้า แบ่งออกเป็นการจัดเก็บเพื่อทำการขนส่ง และการจัดเก็บเป็นคลังสินค้า จะใช้อุณหภูมิต่างกัน 10.การขนส่งถึงลูกค้า อุณหภูมิการขนส่งจะแตกต่างกันในกลุ่มแช่แข็งและในกลุ่มเนื้อสด 11.การจัดการความสะอาด เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตควรเป็นสแตนเลส ไม่เป็นสนิม สามารถทำการฆ่าเชื้อได้ 12.การบำรุงรักษาเครื่องจักร ควรมีการวางแผนทำ PM (Preventive…

จัดการไม่ดีเชื้อวนเวียนไม่จบ การจัดการภายในโรงเรือน และของเสีย ในช่วงเกิดโรค ที่นี่มีคำตอบ!!! เมื่อเกิดโรคระบาดขึ้นแล้วสิ่งสำคัญที่ต้องทำทันทีคือ หยุดกิจกรรมต่างๆ ในโรงเรือนเช่น หยุดการผสม เชคสัด ในโรงเรือนอุ้มท้อง เป็นต้น หรือหยุดโปรแกรมต่างๆ ที่ทำกับลูกสุกรแรกคลอด/คลอดใหม่ ในโรงเรือนคลอดเป็นต้น เพื่อลดการสัมผัส ซึ่งเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งในการแพร่กระจายของเชื้อ คน/พนักงานฟาร์มต้องอยู่ในโรงเรือนตลอดเวลา ไม่ข้ามไปมาระหว่างโรงเรือน ทำได้เฉพาะการให้อาหารและเก็บกวาดมูล สำหรับโรงเรือนที่มีการระบาดของโรคเกิดขึ้นและสงบแล้วโดยตรวจสอบโดยให้ผล (-) จากการตรวจหาเชื้อโดยวิธี PCR อย่างน้อย 1-2 เดือน ทั้งนี้ให้ฟาร์มพิจารณาร่วมกับที่ปรึกษาฟาร์มในการกลับมามีกิจกรรมได้ตามปกติ โดยรูปแบบ new normal ในการลดการสัมผัสตัวสุกร หรือมีการสัมผัสให้น้อยที่สุด โดยใช้อุปกรณ์ หรือ เทคโนโลยีอื่น ๆ เข้าช่วย เช่น อุปกรณ์จับลูกสุกร สเปร์ยกลิ่นพ่อ เป็นต้น แต่กระบวนการฆ่าเชื้อในโรงเรือนยังต้องเข้มงวดเหมือนเดิม อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญคือ เชื้อ ASF มีความทนต่อสภาพแวดล้อมสามารถอยู่ได้นานเป็นเดือน ต้องมีการจัดการของเสียและขยะที่เหมาะสม ในฟาร์มมีของเสีย 2 รูปแบบคือ 1.ของเสียที่เกิดจากสัตว์เช่น มูล ฉี่ 2.ของเสียที่ไม่ได้มาจากตัวสัตว์เช่น…

ไอ ซี (I seeee! ) กับอาหารสัตว์ผสมยา By: ศูนย์วิจัยและพัฒนาVRI การผลิตอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสัตว์ แต่การผลิตอาหารสัตว์ให้ดีและถูกต้องตามกฎหมายเป็นสิ่งที่สุขใจของผู้ผลิต ดังนั้นการทำความเข้าใจในเรื่องกฎหมายอาหารสัตว์ผสมยาเป็นสิ่งที่จำเป็น การจัดทำระบบมาตรฐานเพื่อรองรับกฎหมายอาหารสัตว์ผสมยา สามารถหาคำตอบได้กับผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จากทีมงาน iTAC เบื้องต้นเรามาทำความรู้จักรายละเอียดคร่าวๆกันก่อน จากประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดลักษณะและเงื่อนไขของอาหารสัตว์ที่ผสมยาที่ห้ามผลิต นำเข้าขาย และใช้ พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2561 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2561 ห้ามผู้ใดผลิต นำเข้า ขายอาหารสัตว์ที่ผสมยาและใช้ยา ดังต่อไปนี้ผสมอาหารสัตว์ ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาสำหรับผสมอาหารสัตว์ เภสัชเคมีภัณฑ์ หรือเภสัชเคมีภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป ยากลุ่มโพลีมิกซิน กลุ่มเพนิซิลลิน กลุ่มฟลูออโรควิโนโลน และยาฟอสโฟมัยซิน  เพื่อป้องกันโรคหรือใช้ขนาดยา ระยะเวลาการใช้ยาไม่ตรงกับที่ระบุในฉลากยา และการนำยาตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมรวมกันในอาหารสัตว์ ยากลุ่มเซฟาโลสปอริน (Cephalosporin) ใช้ยาต้านแบคทีเรียต่ำกว่าที่ระบุในทะเบียน (ยกเว้นใช้ยารวมกัน > 1 ชนิด โดยมีข้อมูลวิชาการหรือเอกสารอ้างอิง)…

Page 1 of 21 2

For customer 02-937-4888

Vet Products Group Logo